หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU)
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยว่า บพท. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์และบุรีรัมย์ วางเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจนซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของประเทศ ดังนั้นโจทย์สำคัญคือการหาคนจนตัวจริงให้ได้เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในการค้นหาคนจนได้ใช้ข้อมูลของภาครัฐทุกมิติจากระบบฐานข้อมูล TPMAP PPPconnext และ ข้อมูลความยากจนของจังหวัดมาวิเคราะห์และจำแนกครัวเรือนยากจน จนได้กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง คือประชาชนส่วนหนึ่งในพื้นที่ต.ยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์และ ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พบว่าทั้งสองจังหวัดมีบริบทใกล้เคียงกันโดยคนยากจนที่ได้มาเป็นกลุ่มตัวอย่างในโครงการส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมคือทำนาเป็นอาชีพหลัก มีรายได้จากการทำนา เบี้ยผู้สูงอายุ และบัตรสวัสดิการคนจน แต่ละครัวเรือนมีผู้สูงอายุและเด็กขณะที่วัยแรงงานไปขายแรงงานในตัวเมืองหรือกรุงเทพฯ รายได้อีกส่วนมาจากลูกหลานส่งมาหรือบางครัวเรือนไม่มีรายได้ดังกล่าว สำหรับการศึกษาสูงสุดคือมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเ
เมื่อไม่กี่ปีมานี้อุตสาหกรรมน้ำปลาร้าไทยได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้าวข้ามจากวัตถุดิบในครัวเรือน สู่สินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ไม่ต่ำกว่า 200 แบรนด์ ส่งผลให้ตลาดน้ำปลาร้ามีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท และมีมูลค่าส่งออกกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิความนัวนี้ สิ่งที่หลายคนมองข้ามไปคือ ของเสียจากกระบวนการผลิต ซึ่งอาจกลายเป็นทั้งวิกฤตต่อสิ่งแวดล้อมหรือโอกาสทางธุรกิจครั้งใหม่ ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และการจัดการของผู้ประกอบการ ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณกากปลาร้าซึ่งเป็นเศษเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำปลาร้าอย่างน้อย 680 ตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ถูกกำจัดโดยการฝังกลบ หากปล่อยไว้เช่นนี้ กากปลาร้าที่มีความเค็มและกลิ่นรุนแรงอาจรั่วไหลลงสู่ดินและแหล่งน้ำ ก่อปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการกากปลาร้าอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยลดมลพิษ แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับผู้ประกอบการอีกด้วย บริษัท เพชรดำฟู๊ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ธุรกิจน้ำปลาร้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่หลายคนอาจคุ้นเคยภายใต้แบรนด์ “แม่บุญล้ำ” ได้ตระหนักถึงป
จากการที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ให้นิยาม เศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ Creative Economy ว่า “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นฐานการใช้องค์ความรู้ การศึกษา การสร้างสรรค์งาน และการมีทรัพย์สินทางปัญญาที่เชื่อมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรมและการสั่งสมความรู้ของสังคมและเทคโนโลยีสมัยใหม่” ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 : Thailand Research Expo 2023” ซึ่งจัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ต่อยอดความรู้ความเข้าใจแก่สังคมด้วยการจัดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ : ชุมชนเข้มแข็งและมาตรฐานผลิตภัณฑ์” ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดก
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้กำหนดบทบาทเป็น change agent และ เป็นผู้ริเริ่มสร้างโครงการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises : LE) บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ทั่วประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อย่างมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน และแบ่งปัน วันที่ 23-24 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา บพท. ได้ร่วมมือกับภาคีวิจัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนงานวิจัย จัดงาน Local Enterprises Social Expo: “คน-ของ-ตลาด” มิติที่แตกต่าง มั่งคั่งมั่นคงยั่งยืน เป็นครั้งแรกของประเทศไทย กับการรวมตัวผู้ประกอบการธุรกิจและธุรกิจชุมชนกว่า 130 ธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้ ต่างมีดวงตาแห่งความหวัง สัมผัสได้ถึงพลังแห่งการก้าวไปข้างหน้า และรับรู้ถึงความมุ่งมั่นที่จะก้าวฝ่าอุปสรรคอย่างเป็นรูปธรรม สู่ความเป็น “เศรษฐี” ที่เติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมแบ่งปัน สร้างประโยชน์และผลกำไรเชิงธุรกิจควบคู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกันต่อไป ภายใน
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาสารสกัดแปรรูปจากข้าวที่ได้มาตรฐาน หวังสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูป ช่วยชาวนาแก้วิกฤตราคาข้าวตกต่ำ รศ.ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต จากสำนักประสานแผนงานเกษตรและอาหารมูลค่าสูง บพข. กล่าวว่า การพัฒนาสารสกัดแปรรูปจากข้าวที่ได้มาตรฐาน เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูปของไทย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง บริษัท บ้านไทยเฮิร์บ จำกัด หจก. คชศิลป์ เบเวอร์เรจ และบริษัท โอรี่ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด ด้วยเห็นว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก มีการเพาะปลูกข้าวหลายสายพันธุ์ ประมาณร้อยละ 30 ของการส่งออกข้าวทั้งหมดทั่วโลก และมีรำข้าวซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการแปรรูปจำนวนมาก จึงมีเป้าหมายพัฒนากระบวนการผลิตข้าวมีสี โดยใช้ข้าวสังข์หยดเป็นกรณีศึกษานำร่อง เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบฟังก์ชันในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ รศ.ดร.ณัฐดนัย กล่าวต่อว่า การนำข้าวที่มีสีซึ่งมีส่วนประกอบของ
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 หน่วยบริหารและจัดการทุน ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร องค์การมหาชน (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมแถลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พร้อมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานสภาโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ เอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 15 ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนหน่วยบริหารและจัดการทุน แถลงเปิดตัว “ทปว.” ที่ประชุมผู้บริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เป็นกลไกบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ “สืบเนื่องจากสภานโยบายการอุด
“PMU พบประชาคมวิจัย” เป็นการเปิดเวทีทำความเข้าใจระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) เกี่ยวกับภาพรวมในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมในบริบทของประเทศ การดำเนินงานและรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมปี 2563 – ปี 2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMU รวมถึงการตอบประเด็นชักถามต่างๆ ของประชาคมวิจัย สืบเนื่องจากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีการออกแบบแนวทางการสนับสนุนงบประมาณวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สอดรับกับ “นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563 – 2570” เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยในปี พ.ศ. 2563 และ 2564 ได้กำหนดให้มี 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่ 1) การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 2) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 3) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 4) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำตลอดจนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และมี 16 โปรแกรม ผ่านกลไกสำคัญในการบริหารงบประมาณวิ
