หมากผู้หมากเมีย
หมากผู้หมากเมีย พืชพรรณล้ำค่า ของบางกะเจ้า ณรงค์ สำลีรัตน์ ยืนหยัดผลิตมาหลายทศวรรษ หมากผู้หมากเมีย เป็นไม้ประดับที่ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักต้นไม้ และยังสามารถปลูกเพื่อขายสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริมไปจนถึงอาชีพหลักได้ด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพามาอยู่กันที่ คุ้งบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการปลูกไม้พุ่ม อย่างหมากผู้หมากเมียที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้ก็ว่าได้ เนื่องจากได้รับการขนานนามจากทุกหน่วยงานทั้งในประเทศและนอกประเทศว่าเป็นแหล่งที่มีหมากผู้หมากเมียมากที่สุดในเวลานี้ คุณณรงค์ สำลีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนที่จะมาทำอาชีพนี้ว่า ในช่วงอดีตที่ผ่านมา อำเภอพระประแดง ได้รับรองให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม และได้มีการพัฒนาท่าเรือคลองเตยหรือท่าเรือกรุงเทพในปัจจุบัน ให้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ จนทำให้มีการขุดร่องขึ้นมาในช่วงนั้น ส่งผลทำให้น้ำเค็มทะลักเข้ามาในพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านต้องมีการปรับเปลี่ยนในการทำมาหากินโดยการหันมาปลูกไม้เชิงเดี่ยว โดยเฉพาะอย่า
คุณณรงค์ สาลีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความรู้เรื่องหมากผู้หมากเมียตัวระดับตัวยงเลยก็ว่าได้ เพราะพื้นที่ในย่านนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดไม้ประดับชนิดนี้ เพราะมีทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ รวมๆ แล้วมากกว่า 200 สายพันธุ์เลยทีเดียว คุณณรงค์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีในพื้นบริเวณในแถบนี้มีอาชีพทำสวน และที่สำคัญทำน้ำตาลมะพร้าวเป็นหลักเพราะมีสวนมะพร้าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการทำสวนของพ่อแม่ที่สืบทอดต่อกันมา จึงทำให้คุณณรงค์ได้รับวิทยาการความรู้การทำน้ำตาลมะพร้าวด้วยเช่นกัน “สมัยก่อนนี่ยอมรับเลยว่า ดิน ฟ้า อากาศ ดีมาก ไม่ว่าทำอะไรมันก็สำเร็จ น้ำในพื้นที่ก็ไม่เค็ม ไม่กร่อย เหมือนทุกวันนี้ หรือมีก็เดือนครึ่งเดือน การทำอะไรก็สะดวกไปหมด ไม่ว่าจะเรื่องเพาะปลูกก็ได้ผลผลิตที่ดี เป็นอาชีพที่ทำกันมานาน ซึ่งผมเองก็เห็นก็ได้ทำสวนส่วนที่บ้าน พอเราไปทำสวน จากที่เราสังเกตมาตั้งแต่เด็กในพื้นที่นอกจากสวนที่ทำแล้ว ชาวบ้านแถวนี้ก็จะมีไม้ประดับ 3 ชนิด เรียกว่าเห็นมาตั้งแต่ผมเกิด ก็จะมีโกสน หมากแดง แล
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวเชียงใหม่เรียกว่าปูหมาก (หมากปู้) ซึ่งทั้งชาวเหนือและชาวอีสาน จะใช้ใบปูหมากห่อหุ้มดอกไม้ที่ใช้กราบไหว้บูชาในประเพณีต่างๆ มาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน เป็นไม้พุ่มมีลำต้นกลมเป็นลำเดี่ยวหรือกอเมื่อโตเต็มที่จะมีเนื้อไม้ใบมีหลายลักษณะและสีสันจะแตกต่างกันออกไปดอกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอดมีดอกย่อยสีขาวครีมหรือขาวอมแดงเรื่อจำนวนมากผลิบานตอนกลางคืนและมีกลิ่นหอม นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ชาวฮาวายเรียกพืชชนิดนี้ว่า “ติ” (Ti plant) ถือเป็นไม้มงคล มีสรรพคุณลดไข้ คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการคัดจมูก รากนำมาทำเป็นขนมหรือหมักเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ส่วนใบใช้ห่ออาหาร
หมากผู้หมากเมีย จัดเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เป็นทรงพุ่ม ซึ่งมีลักษณะสีสันของใบสวยงามหลากหลายสีสัน ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร เป็นข้อถี่ๆ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับรอบลำต้น แผ่นใบมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ใบรูปหอกเรียวยาว แต่ที่เป็นจุดเด่นคือสีของใบที่มีสีสันสวยงามหลากหลาย เช่น สีม่วง สีน้ำตาล สีเขียวอ่อน สีแดง สีชมพู เป็นต้น คนไทยสมัยโบราณมีคติความเชื่อที่ว่า หากบ้านใดปลูกหมากผู้หมากเมียไว้ประจำบ้านจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งหากต้องการให้มีความเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น ควรปลูกหมากผู้หมากเมียไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและปลูกในวันอังคาร นอกจากจะปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านเรือนแล้ว ยังนิยมตัดใบของหมากผู้หมากเมียใช้ในการประกอบในงานพิธีต่างๆ เช่น ใช้เป็นเครื่องบูชาพระ งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน เป็นต้น คุณณรงค์ สาลีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความรู้เรื่องหมากผู้หมากเมียตัวระดับตัวยงเลยก็ว่าได้ เพราะพื้นที่ในย่านนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดไม้ประดับชนิดนี้ เพราะมีทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์ที่
