หมาไทย
บางแก้วเป็นหมาเลือดไทยที่มีลักษณะเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องความสวยงามของขน หางเป็นพวง มีขนขาหน้าคล้ายแข้งสิงห์ หรือแผงรอบคอคล้ายสิงโต ขณะที่บางแก้วเปลี่ยนภาพลักษณ์ความดุร้ายกลับกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักที่มีความซุกซน ฉลาด ขี้ประจบ อารมณ์ดี จนทำให้หลายคนหาซื้อมาเลี้ยงเป็นเพื่อนยามเหงา สร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่เทียบชั้นหมาต่างประเทศได้ การอนุรักษ์หมาบางแก้วให้มีเอกลักษณ์ตามมาตรฐานเป็นเรื่องไม่ง่ายหากนักผสมพันธุ์ขาดจิตสำนึกและเอาใจใส่ เพียงมุ่งหวังแต่จะขายเพราะกว่าลูกค้าจะรู้ก็ต่อเมื่อหมาโต ฉะนั้น เพื่อไม่ให้ถูกหลอกคุณควรเลือกซื้อจากฟาร์มที่เชื่อถือได้ ที่พิษณุโลก แหล่งกำเนิดหมาบางแก้ว มีฟาร์มเพาะขายหลายแห่ง แต่ฟาร์มเก่าแก่ที่ได้รับความไว้ใจจากลูกค้ามายาวนานคงเป็น “กมลชัยบางแก้ว” เพราะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2534 โดย คุณเจ๊ย แซ่เล้า ปัจจุบันมอบหมายให้ คุณกมล นนทลีพิพัฒน์ ลูกชายเป็นผู้ดูแล คุณกมล บอกว่า ตอนแรกซื้อหมาบางแก้วมาเลี้ยงเป็นหมาเฝ้าบ้านก่อน ต่อมาเตี่ยเห็นว่ามีคนทั้งในและจังหวัดอื่นมาหาหมาไปเลี้ยงเพราะมีนิสัยดุ ฉลาด จึงไปซื้อพ่อ-แม่พันธุ์แท้จากแหล่งกำเนิดบางแก้วเพื่อผสมพันธุ์ พอได้
ข้อมูลโดยทั่วไปที่เอ่ยถึงสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน มักจะกล่าวว่า สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานเป็นสุนัขขนาดกลาง ขนสั้น หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายจมูกสีดำและมีขนย้อนกลับที่กลางหลังเป็นรูปต่างๆกัน ยาวไปตามแผ่นหลัง ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่น สุนัขไทยหลังอานมีความแข็งแรงมาก อดทนต่อสภาพภูมิอากาศได้โดยทั่วไป ทั้งร้อนและหนาว และยังเป็นสุนัขที่มีสัญชาตญาณของความเป็นนักฆ่าสูง และมีความจงรักภักดีต่อผู้เลี้ยง ถิ่นกำเนิดของสุนัขสายพันธุ์นี้ อยู่ที่ประเทศไทย มีการสันนิษฐานว่าไทยหลังอานมาจากสุนัขในกลุ่มพวกหมาป่า และเป็นสุนัขพื้นเมืองในโซนเขตร้อน แต่ไทยหลังอานมีลักษณะพิเศษเฉพาะคือมีขนเป็นเส้นย้อนกลับที่เส้นกลางหลัง ในขณะที่สุนัขสายพันธุ์อื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันไม่มี ข้อยืนยันเหล่านี้ ไม่อาจพิสูจน์ได้ ถ้าไม่ลองเลี้ยงเอง ร.ต.อ.อรรถพล ศรีคำ รองสว.สส.สภ.ศรีวิไล จว.บึงกาฬ ตำรวจหนุ่ม ผู้เป็นแรงผลักดันให้ คุณสุภาพ บุญทำนบ เริ่มเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้และจริงจังถึงกับทำฟาร์ม ร.ต.อ.อรรถพล เล่าว่า เดิมทำฟาร์มเล็กๆ อยู่ที่ศรีสะเกษ ใช้ชื่อว่า ฟาร์มไทยหลังอานศรีสะเกษ บึงกาฬ มาตั้งแต่ปี 2552 เพราะภูมิลำเนาเป็นชาวศรีสะเกษ แต่ต้องย้ายราช
