หัวปลี
เกาะช้าง จังหวัดตราด ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศอย่างมาก ด้วยความสวยงามของหาดทรายของเกาะช้างและเกาะต่างๆ อาหารทะเลสดๆ อาหารพื้นบ้านหรือท้องถิ่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นมีเสน่ห์สำหรับผู้มาเยือน คุณพัชรินทร์ ผลกาจ ประธานชมรมนำเที่ยวบ้านสลักคอก เปิดเผยเคล็ดลับรส “ปลายำ…ที่บ้านสลักคอก” แบบท้าให้ลองไปทำรับประทานกันเอง เพราะที่เกาะช้างทำเป็นกันทุกบ้านและเป็นเมนูโลว์คาร์บอนของชุมชนรองรับผู้มาเยือน ขั้นตอนการเตรียมเครื่องปรุง ส่วนที่ 1 ปลายำ และส่วนที่ 2 น้ำจิ้ม การเตรียมปลายำ 1.เนื้อปลาสดๆ แล่แล้ว ครึ่งกิโลกรัม ควรเป็นปลาโคก ปลากะปี๊ ปลาใบไผ่ เพราะเนื้อมัน แข็ง และหอม 2.เครื่องปรุงสมุนไพร หัวปลี 1 หัว ลอกเฉพาะกาบขาวๆ ไม่ฝาด 3.ตะไคร้ 2-3 ต้น หอมแดง 4-5 หัว 4.ผักชีฝรั่ง 4-5 ใบ 5.น้ำส้ม น้ำปลา (สำหรับแช่-เคล้าหัวปลี) การทำน้ำจิ้ม 1.พริกขี้หนูสด 2.กระเทียม 3.ถั่วลิสงคั่ว หรือ ถั่วตัด วิธีทำ การยำปลา ล้างปลาให้สะอาด แล่เนื้อปลาสดๆ ออกเป็น 2 ชิ้น ไม่ให้ติดก้าง และหั่นเป็นชิ้นหนาเล็กน้อย เสร็จแล้วนำไปเคล้ากับน้ำส้มสายชู ทำให้เนื้อปลาแข็ง ใส่น้ำปลา เกลือป่นเล็กน้อย ทิ้
ด้วยหัวใจและรากฐานที่เติบโตจากครอบครัวเกษตรกร แม้จะมีโอกาสที่ดีด้านหน้าที่การงานในเมืองหลวง แต่เมื่อถึงจุดที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอ ‘คุณจอน’ – เสาวลักษณ์ มณีทอง ก็บอกลาทุกอย่าง เบนเข็มชีวิตสู่เส้นทางเกษตรกร เธอตั้งใจว่าวันหนึ่งข้างหน้าเธอจะมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาเดิมๆ ในภาคเกษตรให้เป็นอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ดีและสร้างความยั่งยืนในชุมชนได้อย่างแท้จริง ความรู้ที่เธอนำกลับมาใช้กับบ้านเกิดคือ ‘อีคอมเมิร์ซ’ ซึ่งมองว่าการตลาดออนไลน์จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ขายสินค้าได้ ผนวกกับการประยุกต์ใช้ความรู้ในด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตร Traditional ไปสู่การปลูกป่าสมุนไพรในรูปแบบ Organic Farming และสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูป โดยรวมกลุ่มในชุมชนจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรปลูกรักเมื่อปี 2557 ที่ตำบลพระธาตุ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มฯ กว่า 300 คน สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคงและให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme จาก ‘หัวปลี’ สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อน้ำนมแม่ ‘คุณ
นายเมธี บุญรักษ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2563 สาขาเกาตรอินทรีย์ อําเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส อายุ 60 ปี การศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ช่างยนต์) ที่อยู่ บ้านเลขที่ 45/57 หมู่ที่ 9 ตําบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เบอร์โทรศัพท์ 087-468-2554 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่า อุปสรรคในการสร้างผลงาน 1.แนวความคิดในการทํางาน หลังจากเรียนจบช่างยนต์ได้ไปทํางานอยู่ต่างประเทศระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากต้องการอยู่กับครอบครัว จึงลาออกจากงานและกลับมาทําการเกษตรในที่ดินมรดก พื้นที่ 90 ไร่ ทําการปลูกมังคุดแต่ไม่มีประสบการณ์และไม่มีความรู้ทางด้านการเกษตร จึงปลูกแบบตามธรรมชาติโดยไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี แต่พบว่าต้นไม้ไม่ตายและยังสามารถเจริญเติบโตได้ดี นํามาสู่การค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการปฏิบัติอย่างจริงจังโดยจุดประกายแนว ความคิดจากรายการโทรทัศน์ “ตามรอยพ่อ” ในการเริ่มต้นการทําเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ต้องดําเนินการ 3 เรื่องหลักๆ ดังนี้ 1.ดิน : ต้องหาวิธีการจัดการให้มีความพร้อม จะนําไปสู่การเจริญเติบโตของพืชและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ น้ำ : ทําอย่างไรให้ดินมีความชุ่มชื้นตลอดทั้งปี มีแหล่ง
จากหัวปลี 5 กิโลกรัม ราคาไม่กี่สิบบาท เพิ่มมูลค่า กลายเป็น 5 กิโลกรัม 1,500 บาท ขึ้นมาได้ยังไงมาดูกัน! คุณเสาวลักษณ์ มณีทอง หรือ พี่จอน บ้านเลขที่ 339 หมู่ที่ 4 ตำบลพระธาตุ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก อดีตพนักงานออฟฟิศ ทำงานเกี่ยวกับระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ หวนคืนถิ่นกลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่จังหวัดตาก ที่มาของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มหัวปลี เพิ่มน้ำนมแม่ พี่จอน เล่าว่า ตนเองทำงานประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ มานานกว่า 10 ปี จนมีความรู้สึกว่าอิ่มตัวกับงานประจำที่ทำแล้ว อยากกลับบ้านมาดูแลพ่อกับแม่ จึงพยายามมองหาอาชีพที่จะรองรับตัวเองหลังจากลาออกจากงานมาแล้ว ใช้เวลามองหาอยู่นานก็ยังไม่เจออาชีพที่ถูกใจและให้เงินเดือนเท่าๆ เดิมจากที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ จึงมีความคิดที่ว่าในเมื่อหางานหาเงินที่ต้องการไม่ได้ ทำไมไม่ลองกลับมาพัฒนาอาชีพเกษตรของพ่อแม่ให้ดีขึ้น พัฒนาให้หลุดพ้นจากปัญหาการตลาดที่มีมานาน โดยเริ่มจากการมองหาประโยชน์จากสิ่งใกล้ตัว เนื่องจากเกษตรกรในชุมชนมักจะปลูกกล้วยกันเป็นส่วนใหญ่ จึงมองว่าน่าจะเป็นจุดที่สร้างผลิตภัณฑ์เด่นขึ้นมาได้ บวกกับแนวคิดที่อยากจะพัฒนาสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน จนเกิดไอเดี
ทำไม ฝรั่งจึงหันมานิยมกินปลีกล้วย? กระแสสนใจการกินพืชผักมากขึ้น กินเนื้อสัตว์ลดลง และมีคนจำนวนมากหันมากินมังสวิรัติด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารการกินนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง รสชาติการปรุงแต่งเมื่อได้เคี้ยวกินแล้วย่อมให้รสกลิ่นสีมีความอร่อยด้วย ปรากฏว่าลิ้นฝรั่งกินปลีกล้วยแล้วได้รสสัมผัสคล้ายกินเนื้อสัตว์ จึงเริ่มนิยมนำไปปรุงแต่งอาหารแนวอาหารสุขภาพที่ลดเนื้อสัตว์ แต่ยังได้กลิ่นรสแบบเนื้อสัตว์นั่นเอง พอฝรั่งหันมาสนใจปลีกล้วย ก็เท่ากับมากระตุ้นให้คนไทยรื้อฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยมานาน นั่นคือยาบำรุงน้ำนม ซึ่งในอดีตแทบทุกบ้านที่มีหญิงคลอดบุตรจะรู้จักปรุงอาหารและปรุงยาประจำบ้านเพื่อบำรุงน้ำนมกันเป็นเรื่องปกติ หากจะพูดให้เก๋ เป็นจุดขาย ก็น่าจะพูดได้ว่า “เมนูดอกไม้” บำรุงน้ำนม เพราะหัวปลี หรือ banana blossom ก็คือ ส่วนของดอกกล้วย ที่ยังไม่ได้โตจนกลายเป็นผลกล้วย จึงยังเป็นส่วนที่มีกาบห่อหุ้มอยู่ภายนอกเรียงตัวทับซ้อนกันแน่นเป็นรูปดอกบัวตูมทรงสูงนั่นเอง หัวปลีนำมากินดิบและสุกก็ได้ เช่น กินดิบเป็นผักเคียง เช่น กินกับผัดไทย ซึ่งจะมีรสชาติฝาดๆ แต่ถ้าต้มสุกจะมีรสชาติอร่อยมีหวานน้อยๆ ในทางยา
หอย เป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายแบบ ทั้งยำ หมก อ่อม ฯลฯ วันนี้ เชิด ขันตี ณ พล ข่าวสดมหาสารคาม เสนอเมนู “ลาบหอยหัวปลี” อาหารอีสานประเภทลาบรสแซบ ใช้วัตถุดิบคือหอยโข่งและหอยเชอรี่ ที่มีมากตามท้องนา จึงไม่ต้องซื้อหา ประหยัดตังค์ แถมช่วยกำจัดศัตรูพืชให้กับต้นข้าว ซึ่งจังหวัดมหาสารคามรณรงค์กำจัดหอยเชอรี่กันเป็นประจำ เพราะระบาดหนัก ลาบหอย เลือกใช้ หอยโข่ง หอยเชอรี่ หรือถ้าจะให้สุดยอด ก็ต้อง “หอยปัง” หอยน้ำจืดลักษณะคล้ายหอยโข่งแต่ตัวโตกว่า เนื้อเยอะ แน่น เคี้ยวหนุบหนับ แต่ที่ต้องระวังมากๆ คือ การจับหอยต้องเลือกแหล่งน้ำสะอาด และที่สำคัญไม่ควรกินดิบ ต้องปรุงให้สุกก่อนกิน ไม่อย่างนั้นโรคาพยาธิจะเล่นงานได้ อร่อยปากแต่ทุกข์ทีหลังไม่สนุก เครื่องปรุงวัตถุดิบ ลาบหอยหัวปลี คือ หอย ต้นหอม หั่นท่อนๆ หัวปลี ซอยเป็นเส้นเล็กๆ พริกป่น ข้าวคั่ว น้ำปลาร้าต้มสุก มะนาว วิธีทำ ก่อนอื่นต้องล้างหอยให้สะอาด นำมาต้มให้สุก สังเกตฝาหอยจะหลุด จากนั้นแคะเอาตัวหอยออกมาผ่าเอาก้อนเล็กๆ ในหัวหอยออกมาทิ้ง ชาวบ้านเรียกว่า “ตาหอย” ออกให้หมด เชื่อว่าหากกินเข้าไปจะเกิดอาการเมา แล้วหั่นหอยบางๆ เตรียมใส่ถ
“กล้วย” ผลไม้ยอดนิยมของไทยที่มีเรื่องราวผูกติดฝังแน่นอยู่กับวัฒนธรรมบ้านเรามายาวนาน เชื่อว่าคนไทยแทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่า รุ่นใหม่ รวมทั้งรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ทั้งหลายคงจะคุ้นเคยกับการรับประทานกล้วยเป็นอาหารว่าง เป็นของหวาน หรือแม้กระทั่งเป็นอาหารมื้อหลักมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งของชีวิตแหละค่ะ กล้วยนั้นเป็นผลไม้มหัศจรรย์ เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของพืชได้อย่างคุ้มค่าอเนกอนันต์เหลือเชื่อเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงาน แร่ธาตุ และวิตามิน ที่ได้มาจากผลไม้ราคาแพงชนิดอื่นๆ กล้วยจึงกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนทั่วโลกมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นชาวเอเชียอย่างเราๆ หรือแม้กระทั่งฝรั่งตาน้ำข้าวทั้งหลาย อันนี้จริงๆ นะคะ และอย่าตกใจนะถ้าจะบอกว่า คนในกลุ่มประเทศยุโรป-อเมริกา ชอบกินกล้วยกันมากกว่าใคร ชาวยุโรปหรือ อียู เป็นกลุ่มประชากรที่บริโภคกล้วยในปริมาณสูงสุดถึง 34% ของผลผลิตกล้วยที่ส่งออกจำหน่ายในต่างประเทศทั้งโลก ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับสอง 28% และญี่ปุ่น 7% เฉพาะคนอเมริกันชาติเดียวกินกล้วยหอมเป็นล่ำเป็นสัน มีมูลค่าสูงถึงปีละ 1,000 ล้านเหรียญ เลยทีเดียว! แต่คนเหล่านี้กิ
คนเขาเรียกกันว่า “ผักกูด” หลายคนได้ยินชื่อคงอาจหลับตานึกเห็นภาพ รูปพรรณสัณฐานที่น่าอัปลักษณ์เป็นแน่ แท้ที่จริงแล้ว ต้นผักกูดเป็นพืชที่มีความงดงามตามธรรมชาติยิ่งนัก งามยิ่งกว่าพืชอื่นอีกหลายๆ อย่าง ในมิติมุมมองอย่างศิลปะ เชื่อว่าผักกูด มีความเป็นเลิศในเชิงศิลป์ ที่ธรรมชาติรังสรรค์มา หลายท่านคงอยากรู้จักผักกูดอย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะอยากรู้คุณสมบัติพิเศษของผักกูดนอกเหนือจากความงดงามแล้ว น้อยคนจะรู้ว่าเขาคือ พืชตัวชี้วัดระดับคุณภาพ ความบริสุทธิ์สะอาดของ ดิน น้ำ ลม ฟ้า สภาวะทางธรรมชาติ ที่ทำกินของชาวบ้านเรา ชาวบ้านที่ออกหาเก็บ “ผักกูด” ตามแหล่งธรรมชาติ เพื่อเอามาบริโภค หรือจำหน่ายเป็นรายได้ ผักกูดเป็นพืชที่เป็นที่นิยมกันมากอันดับต้นๆ คนเข้าป่าก็หาผักง่ายๆ เอามาประกอบอาหารกินกัน พืชพื้นบ้าน พืชตามป่าเขา ต้นพืชไหนที่พวกเขารู้ว่านำมากินได้ ก็จะได้รับคัดเลือกมาปรุงแต่งเป็นอาหารกิน เรียกพืชที่เอามากินว่า “ผัก” ก็คงมียกเว้นพืชป่าบางอย่าง เช่น ต้นอ่อนไผ่เรียก “หน่อไม้” ไม่เรียกว่าผักไผ่ ดอกกล้วยเรียก “หัวปลี” ความนิยมชมชอบขึ้นอยู่กับคนกิน ที่แน่นอนชัดเจนที่สุด คือความผูกพันที่ชาวบ้านมีกับพืชป
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ถึงแนวโน้มการนำหัวปลี มาใช้เป็นทางเลือกใหม่ในการประกอบอาหารแทนเนื้อสัตว์ โดยพบว่านอกจากขนุน ซึ่งเป็นผลไม้ที่ได้มีการนำมาใช้ประกอบอาหารแทนเนื้อสัตว์แล้ว ล่าสุดหัวปลีกำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ หรือวีแกน เป็นอย่างมาก ทำให้ในตลาดเยอรมนี มีความต้องการหัวปลีเพิ่มมากขึ้น “เพราะความเหนียวแน่นของเส้นใย จึงถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์ และมีข้อดีที่ไม่ทำให้อ้วน ให้พลังงาน 17 แคลอรีต่อ 100 กรัม ก็ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น” ทั้งนี้ หัวปลีถูกนำมาประยุกต์ใช้ประกอบอาหารหลายเมนู เช่น สลัด ยำ หรือแกงกะหรี่ประเภทต่างๆ นำไปชุบแป้งหรือเกล็ดขนมปังทอดกรอบ ทำเมนู Fish and Chips และล่าสุดหลายเว็บไซต์ได้ให้ข้อมูลและเผยแพร่สูตรอาหารมากมายจากหัวปลี ขณะที่ร้านอาหาร ที่ไม่ใช่ร้านของคนเอเชีย หรือร้านอาหารออร์แกนิก ต่างก็เริ่มสนใจไอเดียการทำอาหารจากหัวปลี และมีการเพิ่มเมนูจากหัวปลีกันมากขึ้นด้วย ปัจจุบันเริ่มมีผู้บริโภคแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต
