ห่วงโซ่การผลิต
วันนี้และวันหน้า ภาคเกษตรไทยจะไปทางไหน เกษตรกรจะอยู่รอดกันอย่างไร จะลืมตาอ้าปากกันได้เมื่อไร จะหลุดพ้นภาระหนี้สินกันตอนไหน เริ่มเป็นหนี้จากรุ่นพ่อ ส่งต่อถึงรุ่นลูก พันผูกไปถึงลูกหลาน นั่นคือ สมการความยากจนโดยแท้จริง ปฐมเหตุแห่งปัญหาซ้ำซ้อน ไล่เรียงมาตั้งแต่คำถามที่ว่าเกษตรกรแต่ละคนผลิตอะไร ต้นทุนเท่าไร ขายได้ไหม ขายหมดไหม ขายให้ใคร ราคาเท่าไร คุ้มกับต้นทุนไหม เกษตรกรขาดทุนหรือมีกำไรกันแน่ แล้วใครเป็นคนมารับซื้อสินค้าเหล่านี้ไป ซื้อไปทำอะไร ขายต่อเป็นสินค้าขั้นปฐมภูมิหรือนำไปแปรรูป แปรรูปเป็นสินค้าอะไร คนซื้อสินค้าเกษตรหรือสินค้าแปรรูปคนสุดท้ายนั้นเป็นใคร? คำถามและคำตอบเหล่านี้แหละที่เกษตรกรผู้ผลิตที่ต้นน้ำส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คิดกัน เกษตรกรไทยกี่ช่วงอายุคนมาแล้วที่ยังคงผลิตสินค้าแบบเดิมๆ ซ้ำๆ กันมาแบบนี้ จากรุ่นปู่ย่าตายายทำกันอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็ยังทำกันแบบนั้นอยู่หรือไม่…ถ้ายังเป็นนั้นอยู่ก็คงจะรอดยากสำหรับภาคเกษตรไทยครับ ถ้าจะจัดช่วงในการผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ก็ตาม เราก็จะแบ่งได้เป็น 3 ช่วงหลักๆ ที่เรียกกันว่า ห่วงโซ่การผลิตหรือ Supply Chain นั่นคือ ต้นน้ำ กลางน้
เครือเบทาโกร ครบรอบ 54 ปี สร้างความเชื่อมั่น พร้อมปรับตัวอยู่ร่วมกับโควิดอย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีความสุข เครือเบทาโกร หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงระดับประเทศ จัดงานครบรอบ 54 ปี ในรูปแบบนิวนอร์มอล ภายใต้แนวคิด “GOING FORWARD WITH TRUST” เน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เสริมสร้างกำลังใจ และความเชื่อมั่นให้พนักงานทุกคน สังคม และธุรกิจปรับตัวให้อยู่ร่วมกับโควิดได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีความสุข โดยยังคงยึดมั่นในจุดประสงค์องค์กร (Purpose Driven) พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Data Driven) ผ่าน Mega Project Betagro Transformation อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อความต่อเนื่องในการส่งมอบอาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ผู้บริโภค เพื่อชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของทุกคน นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า “ไม่ว่าสถานการณ์ใด เครือเบทาโกรยังคงยึดมั่นในจุดประสงค์องค์กร (Purpose Driven) เพื่อช่วยให้ประชาชนและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นในราคาที่เป็นธรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Data Driven) เพ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้ามาตรการ Seal ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ดูแลสุขภาพพนักงานลดความเสี่ยง ป้องกันโรคโควิด-19 และโรคสำคัญในสัตว์ มุ่งดูแลเกษตรกรคอนแทรคฟาร์ม พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างหลักประกันความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารแก่ผู้บริโภค นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด โดยฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของบริษัททุกแห่งมีการซีล (Seal) ให้บุคลากรทำงานที่ฟาร์มพักอาศัยอยู่ภายในฟาร์ม งดการออกนอกพื้นที่ เพื่อการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์อย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาตรการที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว ได้ถูกยกระดับการป้องกันสูงสุดทั้งโรคในสุกรและบุคลากร โดยเฉพาะระบบไบโอซีเคียวริตี้ (Biosecurity) ที่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับการป้องกันโรคต่างๆ ที่ซีพีเอฟปฏิบัติมาโดยตลอด ช่วยให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพสูง ควบคู่กับการอบรมและให้ความรู้แก่พนักงาน และเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกร หรือคอนแทรค
