องค์การเภสัชกรรม
วันที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 15.00 น. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองศาสตราจารย์สิรี ชัยเสรี รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือวิจัย และพัฒนาสายพันธุ์กัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะนำกัญชาสายพันธุ์ไทยที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีโลหะหนัก ไม่มีพิษ ไม่มีสารอันตรายจากเชื้อรา ไม่มียาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา คุณภาพมาตรฐานเมดิคลัลเกรด นำไปใช้ในตำรับยาแพทย์แผนไทย ทั้ง 16 ตำรับ เพื่อใช้ในการรักษาให้กับผู้ป่วยให้เหมาะสมกับโรคต่อไป รวมถึงจะเป็นหน่วยงานกลาง ในการขับเคลื่อน ประสานงาน ให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง นำวัตถุดิบจากกระบวนการปลูก การแปรรูป การสกัด เพื่อนำไปใช้ในการวิจัย การรักษาพยาบาล การจัดเก็บข้อมูลการวิจัยและการรักษาพยาบาล รวมทั้งเพิ่
ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คิดค้นผลิตภัณฑ์ยารักษาอาการภูมิแพ้-หอบหืดจาก “ไพล” สมุนไพรดั้งเดิมของประเทศไทย ด้าน“องค์การเภสัชกรรม”ให้ทุนสนับสนุนกว่า 10 ล้านบาท มุ่งหวังให้คนไทยใช้ยาคุณภาพดีราคาถูกได้ ภายใน 2 ปี ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ องค์การเภสัชกรรม เพื่อต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมยาสมุนไพรชนิดแคปซูลที่ได้จาก “ไพล” ซึ่งมีสรรพคุณรักษาอาการโรคภูมิแพ้และหอบหืด ศาสตราจารย์ พญ. อรพรรณ โพชนุกูล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า นวัตกรรมยาสมุนไพรจาก ไพลเกิดขึ้นจากการพบผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และหอบหืดในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ยาที่มีประสิทธิภาพกลับต้องนำเข้าจากต่างประเทศในราคาแพง ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงริเริ่มนำจุดเด่นของสมุนไพรไทยมาผลิต เพื่อให้คนไทยเข้าถึงยาในราคาถูกลง และพบว่า ไพลซึ่งมีแหล่งปลูกในไทยเพียงประเทศเดียว มีคุณสมบัติลดอาการภูมิแพ้ได้ดี จึงคิดค้นร่วมกับน
เลิกเก็บงานวิจัยสมุนไพรไว้บนหิ้ง สวก.จับมือคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และองค์การเภสัชกรรมบูรณาการผลิตสมุนไพร ออกจำหน่ายในเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 10 รายการ หลัง ครม.หนุนแผนพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติเต็มที่ คาด 5 ปีข้างหน้ามูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าเท่าตัว จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้วงการสมุนไพรไทยตื่นตัวมากขึ้น ถือว่าเป็นการส่งเสริมการพัฒนาสมุนไพรทั้งระบบอย่างยั่งยืนให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยไทยมีความได้เปรียบในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถผลิตวัตถุดิบสมุนไพรได้หลากหลายชนิด มีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วประเทศ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของไทยจึงมีโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีโลกได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ผลงานวิจัยของไทยรวมทั้งสมุนไพรของไทย มักวิจัยแล้วเก็บไว้เป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการนำไปต่อยอดพัฒนาเชิงพาณิชย์เท่าที่ควร นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุด สวก.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และผลักดันงานวิจัยไปส
ผอ.องค์การเภสัชกรรมเปิดเผยความคืบหน้า “โรงงานวัคซีนหวัดใหญ่/หวัดนก” ยันสำเร็จพร้อมใช้ปี 2563 ผลิตได้ทั้ง “เชื้อเป็น” และ “เชื้อตาย” ศักยภาพ 2-10 ล้านโดส ต่อปี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นพ. นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม แถลงความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จังหวัดสระบุรี ว่า หลังการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกในปี 2550 ประกอบด้วย งานหลัก 2 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน และด้านการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน โดยให้ดำเนินการคู่ขนานและสอดคล้องกันไป ได้รับอนุมัติงบประมาณ 1,411.7 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงงานในระดับอุตสาหกรรมมาตรฐาน WHO GMP ที่ ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จนถึงขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างโรงงาน และการติดตั้งระบบสนับสนุนต่างๆ แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานเครื่องจักร และเครื่องมือสำคัญ “สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานต่อไปนี้ จะเป็นขั้นตอนของการสอบระบบต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง
