อพยพ
วาฟ-รอม เผย ‘พายุปาบึก’ ออกอาละวาดแล้ว! เริ่มที่จังหวัดชายแดนใต้ และ สงขลา! เผย ‘พายุปาบึก’ ออกอาละวาดแล้ว! – เวลา 10.00 น. วันที่ 3 ม.ค. แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) รายงานเรื่องการเฝ้าระวัง พายุโซนร้อน “ปาบึก” ว่า จะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวไทยตอนล่างและมีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านลงไปสู่ทะเลอันดามัน ส่งผลให้ภาคใต้จะเกิดฝนตกหนัก ถึงหนักมาก เป็นบริเวณกว้าง ในช่วง วันที่ 3-6 มกราคม โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล วาฟ ระบุว่า ให้มีการเฝ้าระวัง คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น และอาจเกิดคลื่นซัดฝั่งกำลังแรง ความสูงคลื่นประมาณ 3-5 เมตร รวมทั้งระดับน้ำทะเลยกตัวขึ้นสูง 3 เมตร ทั้งนี้ พายุโซนร้อน “ปาบึก” บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านลงไปสู่ทะเลอันดามันต่อไป กลุ่มเมฆฝนด้านหน้าของพายุปาบึก ได้เคลื่อนตัวเข้าปกคุลมบริเวณภาคใต้ตอนล่างแล้
เฟซบุ๊กแฟนเพจ ABC Laos news ສຳນັກຂ່າວເອບີຊີລາວ รายงานเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า บริษัท PNPC ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพขึ้นที่สูงโดยด่วน หลังเกิดเหตุสันเขื่อน เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแตก ส่งผลให้มวลน้ำปริมาณ 5,000 ล้านตัน ไหลทะลักลงแม่น้ำเซเปี่ยน เอ่อท้นเข้าท่วมบ้านเรือน ในแขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศลาว รายงานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของ วันที่ 23 มิถุนายน ล่าสุดมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบหลายร้อยหลังคาเรือน โดยระดับน้ำในบางจุดสูงถึงระดับมิดหลังคาบ้าน โดยล่าสุดยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัด ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่บนหลังคาบ้านออกจากพื้นที่ ทั้งนี้รายงานระบุว่า เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปลาย ปี 2013 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2019 โดยรายงานคาดว่าสันเขื่อนที่แตกออกดังกล่าวอาจเป็นผลจากฝนที่ตกลงมาติดต่อกันหลายวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ประจวบฯ – ผศ.น.สพ.ดร.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ได้นำคณะกลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรี พร้อมด้วยนักท่องเที่ยว ไปดูเหยี่ยวอพยพ ที่เขาเรดาร์ ตั้งอยู่ก่อนถึงศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์ ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจบคีรีขันธ์ เพื่อชมเหยี่ยวอพยพจากจีน มองโกเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น นายตาล วรรณกูล อาสาสมัครนับนกเหยี่ยวอพยพ กล่าวว่า พบว่ามีนกที่บินผ่านจุดนี้ลงใต้แล้ว 5,000 กว่าตัวแล้ว ขณะที่ ผศ.น.สพ.ดร.ไชยันต์กล่าวว่า นกในฤดูร้อนจะทำรังวางไข่ในรัสเซีย และจะอพยพหนีหนาวเนื่องจากขาดแคลนอาหารจากประเทศไทยในเขตเหนือ เช่น จีน มองโกเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น และอพยพบินผ่านไทยไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จะเดินทางมาเป็นฝูง ตั้งแต่กลาง ก.ย. ถึง ต้น พ.ย. 7-8 สัปดาห์ จากการสำรวจที่เขาเรดาร์พบว่ามี 28 ชนิด จากทั้งหมด 55 ชนิด ที่เป็นนกนักล่า ที่ผ่านมาสำรวจพบอพยพผ่านเขาเรดาร์ปีละ 160,000 ตัว ทำให้เขาเรดาร์เป็นสถานที่ในการเรียนรู้ และเป็นจุดที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ลำดับแรกที่พบเป็นนกเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ, เหยี่ยวหน้าเทา, เหยี่ยวน
