อังกาบหนู
ชื่อวิทยาศาสตร์ Barleria cristata L. ชื่อสามัญ Phillippine violet ชื่อวงศ์ Acanthaceae ชื่ออื่นๆ ก้านชั่ง อังกาบเมือง ลืมเฒ่าใหญ่ คันชั่ง อังกาบกานพลู ทองระอา ใครๆ ชอบเรียกเดี๊ยนว่า “คุณหญิงอังกาบ” หรือคนทั่วไปก็อาจเรียกว่า คุณนายอังกาบ “ใครๆ” ที่เดี๊ยนว่านี้ก็คือ คนรับใช้ 3-4 คน ที่บ้านเดี๊ยนเอง ก็คุณสังเกตซิ พอเอ่ยชื่อ “อังกาบ” มีไหมที่เป็นชื่อหญิงชาวบ้านธรรมดาทั่วๆ ไป เพราะมีคนพูดกันว่า อังกาบ คือชื่อไม้ดอกงามเปรียบนามสตรีมีสกุล เดี๊ยนจึงได้อานิสงส์เป็นชื่อพิเศษแปลกกว่าต้นไม้ทั่วไป พูดถึงชื่อแล้วเดี๊ยนขออธิบายอีกนิดนะคะ เพราะคำว่า อังกาบ มาจากคำ 2 คำ คือ อัง และอีกคำคือ กาบ ซึ่งมีความหมายต่างกันมาก แต่พอมารวมกันเป็นชื่อ ดอกอังกาบ กลายเป็นดอกไม้ที่มีสีสวยสด สะอาด เพียงแต่ทั่วๆ ไปก็อาจจะไม่ชินหูชินตากันนัก ส่วนใหญ่จะได้ยินในละครทีวี เป็นแม่ผัว เป็นคุณหญิง คุณนาย กับลูกสะใภ้ชาวบ้าน คนจึงไม่ค่อยรู้ว่าเป็นต้นไม้ แต่อังกาบเกิดเป็นที่รู้จักกันมากเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก็เพราะมีต้นไม้ชื่อเหมือนเดี๊ยน ที่ชาวบ้านเด็ดใบ ถอนต้นไปต้มกินกัน จนเดือดร้อนทั้งวัดทั้งพระ ทั้งชาวบ้านที่มีต้นไม้ชื่อนี้
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงสมุนไพรอังกาบหนู ว่า เป็นพืชสมุนไพรเก่าแก่ ที่ จ.ปราจีนบุรี พบว่า มีอยู่มาก ส่วนใหญ่ปลูกที่บ้านหมอยา แต่ยังไม่เคยเจอในป่าธรรมชาติ ข้อมูลที่ตนได้ยินครั้งแรกเกี่ยวกับมะเร็ง คือ รักษาแผล ฝีภายในกับฝีภายนอก แต่จริงๆ มะเร็งสำหรับคนในอดีตกับคนปัจจุบันแตกต่างกัน ทั้งนี้สรรพคุณจากหมอพื้นบ้านพบว่าคล้ายกับสมุนไพรในกลุ่มฟ้าทะลายโจร เสลดพังพอน เหงือกปลาหมอ ทองพันชั่ง รางจืด กระดูกไก่ดำ เสนียด เป็นต้น ใช้คล้ายๆ กันคือ แก้อักเสบ แก้ปวด แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ เป็นยาบำรุง รักษาริดสีดวง ทั้งนี้ การรักษาเด่นๆ อาทิ เท้าเปื่อยจากน้ำกัดเท้า มือเท้าปาก ตุ่มคัน ไข้จากไวรัส จะเอามาแช่อาบในเด็ก โรคในช่องปากและฟัน โรคผิวหนัง แผลในกระเพาะ ปวดท้อง ขับปัสสาวะ นอกจากนี้พบว่ามีการวิจัยมากพอสมควรเรื่องการแก้อักเสบ แก้ปวด ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย ไวรัส เบาหวาน ความดัน อาจจะเพราะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และมีฤทธิ์ไปยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายสารต้านอนุมูลอิสระโดยธรรมชาติ และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายสารป้องกันสมองเสื่อม จึงน่าจะมีป
