อาชีพทำนา
คุณหมู- ปิยะวัฒน จันลา ทายาทรุ่น 6 ที่สืบทอดอาชีพทำนาจากรุ่นบรรพบุรุษ ที่ตำบลศรีนาวา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก คุณหมูค้นพบว่า การทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ยิ่งทำ ยิ่งขาดทุน จึงเปลี่ยนแนวคิด พลิกผืนนา 40 ไร่ จากเดิมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นสวนเกษตรผสมผสาน รองรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในชื่อ “ศูนย์การเรียนรู้ภูกะเหรี่ยง” นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farm . ศูนย์การเรียนรู้ภูกะเหรี่ยง เปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาเรียนรู้วิถีชาวนา ทั้งการสีข้าวแบบโบราณ การปลูกต้นข้าวอ่อน การทำขนมข้าวยาคู การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ใบข้าวในรูปแบบเครื่องดื่มและอาหาร ศูนย์การเรียนรู้ภูกะเหรี่ยง นครนายก เปิดให้บริการทุกวัน ติดต่อสอบถาม: เพจ Facebook ศูนย์การเรียนรู้ภูกะเหรี่ยง
นายศักดิ์ดา เขตกลาง Smart famer ต้นแบบ และประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านยางโทน อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าของรางวัลเกษตรกรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2564 เปิดเผยว่า จากการที่กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด ได้เข้ามาส่งเสริมและพัฒนาการปลูกข้าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนเอง และสมาชิกนาแปลงใหญ่ สามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน บริหารจัดการภายในกลุ่มอย่างเป็นระบบ และต่อยอดให้สมาชิกในกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยการแปรรูปผลผลิตข้าว จำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายช่องทาง จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก “ปัจจุบันมีพื้นที่ทำนารวม 36 ไร่ เน้นทำนาปี ปลูกแบบอินทรีย์ และใช้วิธีปักดำโดยใช้ข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เป็นหลัก จนได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์จากกรมการข้าว ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 500 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ความชื้น 15% ขณะที่ผลผลิตเฉลี่ยของจังหวัดร้อยเอ็ดอยู่ที่ 353 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้เป็นผลจากการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อประหยัดแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต เช่น การไถกลบตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ใช้เครื่องหยอดข้าวแห้ง และเครื่องโรยข้าวงอก ช่วยลดปริมาณเมล็ดพันธุ์และลดการระบาดของศัตรูข้า
นายพัด ไชยวงค์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2565 และประธานศูนย์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้เริ่มต้นอาชีพทำนาในปี 2535 ช่วงแรกยังเน้นการทำนาแบบใช้สารเคมี ต่อมาในปี 2551 ได้เริ่มศึกษาเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนมาทำนาธรรมชาติจนถึงปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำงานภายใต้แนวคิด ทำการเกษตรแบบยั่งยืน เพิ่มพูนผลกำไร รักษาระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อม และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นายพัด กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีพื้นที่รวม 38 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นา 20 ไร่ ที่เหลืออีก 18 ไร่เป็นที่อยู่อาศัย และไร่นาสวนผสม โดยการทำนาจะเน้นแบบประณีต มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ และมาตรฐานของผลผลิต ขณะนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานข้าว GAP จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และอยู่ระหว่างขอการรับรองจากกรมการข้าว ทั้งนี้ จะปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง คือ นาปี และนาปรัง โดยเน้นการปักดำ เพื่อให้ช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์ และลดการระบาดของศัตรูข้าว ข้าวที่ปลูกเป็นพันธุ์สันป่าตอง 1 ได้ผลผลิตเฉลี่ย1,051 กิโลกรัม ต่อไร่ ที่ความชื้น 15% นับเป็นปริมาณที่สูงกว่าผลผลิตข้าวเฉลี่ยของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 61
