อาหารถิ่น
เมื่อพูดถึงเรื่องอาหารอีสานแล้ว บรรดานักกินทั้งหลายคงน้ำลายสอไปตามๆ กันเชียวล่ะ เพราะอาหารของคนภาคอีสานนั้น มีรสชาติจัดจ้าน ออกไปทางเปรี้ยว เค็ม และเผ็ด ชนิดที่ต้องบอกว่า แซ่บโลด แซ่บหลาย และแซ่บอีหลี (อร่อยนักหนานั่นแหละ) สำหรับคนที่ลิ้นบาง อย่างคนภาคกลางหรือคนที่ไม่ชอบกินเผ็ดก็คงต้อง…กินไปร้องไห้ (น้ำตาไหล) ไป หรือกินไปคำต้องดื่มน้ำตาม ประเภทที่เรียกกันตามภาษาภาคกลางว่า กินข้าวคำน้ำคำ เพื่อแก้อาการเผ็ดนั่นเอง อย่างไรก็ตาม มิได้หมายความว่าท่านจะถอยห่างไปจากวงเพราะความเผ็ดหรอกนะ แต่ยังคงนั่งสู้ไปด้วยกันจนหมดจาน สำหรับคนที่ไม่กินเผ็ดหรือกินเผ็ดไม่ค่อยได้ แต่หลงใหลกับรสชาติอาหารอีสานก็ควรต้องกำชับแม่ครัวว่า อย่าใส่พริก หรือแค่พริกติดก้นครกก้นหม้อก็พอ ทางที่ดีต้องบอกกับแม่ค้าไปเลยว่า อย่าให้เผ็ด หรืออย่าใส่พริกนะจ๊ะเด็กจะกิน เท่านั้นท่านก็จะได้อาหารอีสานสุดแซ่บ แต่ไม่เผ็ดแน่นอน ที่ต้องแนะนำกันเช่นนี้ ก็เนื่องจากทุกวันนี้ รสชาติของอาหารอีสานได้เข้าไปแทรกอยู่ในวัฒนธรรมการกินอาหารของคนไทยทุกๆ ภาคไปเสียแล้ว อาหารพื้นบ้าน จำพวกส้มตำ ไก่ย่าง กำลังบุกไปทุกหนทุกแห่ง โดยแทรกซึม (แทรกเข้าไปโดยไม่ให
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากเป้าหมายปี 2561 ที่รัฐบาลจะประกาศให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือ การกระจายรายได้ภาคการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง และชุมชนมากขึ้น ผ่านการนำเมนูอาหารท้องถิ่นในแต่ละชุมชนมาพัฒนาต่อยอด เพิ่มมูลค่าอาหารสูงขึ้น โดยนำเชฟชุมพล หรือนายชุมพล แจ้งไพร ผู้เชี่ยวชาญเมนูอาหารไทย มาช่วยในการนำเสนอไอเดียเมนูอาหารแต่ละชุมชน ใน 30 ชุมชนแรกที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเข้าไปช่วยส่งเสริมทำการตลาด และต่อยอดเมนูอาหารถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ให้กับชุมชนไม่น้อยกว่า 5% จากรายได้ปัจจุบัน นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เดือนพฤศจิกายน ในช่วงที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แอร์ เรซ วัน เวิลด์ คัพ ไทยแลนด์ 2017 ที่สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งแอร์เรซวัน ถือเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมในระดับโลก มีทั้งนักกีฬา ทีมสนับสนุนและผู้ชมการแข่งขันจากต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการกระจายรายได้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี โดยกระทรวงจะใช้โอกาสนี้ จัดทำแพคเกจท่องเ
