อาหารวัว
คุณสมาน ดวงอานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 5 ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเลี้ยงวัวนมมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งเดิมทีก่อนที่จะมาประกอบอาชีพด้านนี้ เขาได้ทำกิจการร้านอาหารมาก่อน เมื่อมองเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจเริ่มไม่สู้ดีมากนัก จึงได้เลิกทำและนำเงินมาลงทุนเลี้ยงโคนม “ช่วงนั้นพี่สาวของภรรยาทำอยู่ก่อนแล้ว พอเราได้กำไรจากที่ขายอาหาร ก็จะนำเงินมาซื้อที่ดินเก็บๆ ไว้บ้าง พอร้านอาหารเจอพิษเศรษฐกิจเข้าไปก็เลยคิดที่อยากจะเปลี่ยน ก็เลยเลิกทำร้านอาหาร มาเปลี่ยนซื้อวัวนมประมาณ 20 แม่ แล้วเลี้ยงไปได้สักระยะก็มีตัวเมียออกมาให้อีก 15 ตัว ตอนนี้ก็เรียกง่ายๆ ว่า ชีวิตอยู่ได้ดีมีสุขก็เพราะวัวนม” คุณสมาน กล่าว ซึ่งพันธุ์โคนมที่ใช้เลี้ยงในช่วงแรกจะเป็นพันธุ์ขาวดำ ต่อมาได้นำวัวนมพันธุ์เจอร์ซี่ และพันธุ์บราวน์สวิสมาเลี้ยงแทน เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างมีความแข็งแรงมากกว่าขาวดำ โดยอาหารที่ใช้เลี้ยงเป็นอาหารที่ผสมขึ้นเองให้วัวกิน และจะมีเสริมด้วยหญ้าเนเปียที่ปลูกเองภายในบริเวณฟาร์มให้วัวกินสลับกัน พอแม่วัวนมได้อายุ 16 เดือนขึ้นไป ก็จะเตรียมผสมพันธุ์โดยนำน้ำเชื้อมาผสม ซึ่งใช้เวลตั้งท้อง 9
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วงนี้สภาพดินในพื้นที่เกิดความชุ่มชื้นและมีหญ้าชนิดต่างๆ ขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ทุกที่ ซึ่งส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวเนื้อในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นอย่างมาก โดยเกษตรกรหลายรายพากันมาตัดหญ้าตามริมถนนและคันนา เพื่อนำไปให้วัวของตนเองกินอย่างคึกคัก นายสนิท บ่มกลาง อายุ 60 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว บ้านบุ หมู่ 4 ต.บิง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้นในพื้นที่ อ.โนนสูง ประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง หลายพื้นที่ไม่มีหญ้าอ่อนขึ้นตามธรรมชาติ ขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ก็นิยมจุดไฟเผาตอซังข้าว ทำให้วัวไม่มีหญ้ากิน เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะต้องต้อนวัวไปหากินไกลถึงริมลำน้ำมูล เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร อีกทั้งยังต้องไปหาซื้อฟางอัดก้อนมาให้วัวกินในช่วงไม่ได้ต้อนไปหากิน ซึ่งก็ทำให้วัวมีสภาพผอมโซ ขายไม่ค่อยได้ราคา อย่างเช่นตนเลี้ยงวัวพันธุ์บราซิลผสมบรามันไว้จำนวน 5 ตัว เพื่อหวังนำไปขายพอเป็นรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงฤดูทำนา จึงต้องเสียเงินซื้ออาหารเสริมมาให้ ตกราคากระสอบละ 30
