อาหารเช้า
สมัยวัยเรียน ปิดเทอมผมมักถูกส่งไปอยู่บ้านญาติต่างจังหวัด ฝ่ายพ่อบ้าง ฝ่ายแม่บ้าง นัยว่าให้เป็นทูตเยี่ยมเยือนแทนตัวพ่อแม่ เป็นเช่นนี้จนผมเข้ามัธยมศึกษาตอนปลาย ผมจึงกลายเป็นตัวแทนตระกูล ได้รู้จักมักคุ้นญาติผู้ใหญ่รวมทั้งรุ่นเดียวกันมากกว่าลูกหลานบ้านอื่น อยู่บ้านในกรุงเทพฯ เช้าก็ไม่ได้ออกไปไหน เมื่อได้ออกต่างจังหวัด ตกเช้า บรรดาลุงป้าน้าอาจะพาหลานไปอวด ตามตลาด ตามบ้านญาติคนอื่น และสุดท้าย มาตกนั่งร้านกาแฟ บอกหลานว่าอยากกินอะไรก็สั่งเอาตามใจชอบ จะเป็นไข่ลวก กาแฟ ชานม โกโก้ ปาท่องโก๋ โดนัท ข้าวเหนียวหน้าสังขยา ฯลฯ ส่วนท่านจะไปคว้าหนังสือพิมพ์เช้านั้นมาอ่าน หรือคุยกับมิตรสหายคอกาแฟด้วยกัน โต๊ะกาแฟ ที่กลายเป็นสภากาแฟนั้น แต่ละชุมชนหรือเมืองเล็กเมืองน้อย จะมีสมาชิกสภา ตั้งแต่วัยทำงาน จนกระทั่งวัยเลิกทำงาน มาชุมนุมคุยหรือถกวาระจรรายวันเสมอ ครั้งอยู่ในเครื่องแบบ เช้าก่อนเข้าโต๊ะทำงาน ผมเคยไปกินข้าวแกง นั่งฟังนายทหารผู้ใหญ่ระดับเสนาธิการกรม กินกาแฟไป คุยนัดเรื่องราชการกันไป บางเรื่องก็ตรงถึงผมจนได้ อย่างเท่ แต่ทุกวันนี้ ดูว่าโต๊ะกาแฟ สถานอันทรงเกียรตินั้น จะค่อยๆ ลดเหลือน้อยเต็มที จนเดี๋ยวนี้ มอ
ปีที่แล้วน้องคนหนึ่งเอาเป็นเมล็ดพืชหลากหลายมาให้ถุงหนึ่ง เคี้ยวมันดี หวานนิดๆ เธอบอกชื่อแต่จำไม่ได้ จำยาก อีกอย่างฉันเป็นคนบ้านนอกไม่ค่อยมีของแปลกๆ กิน ต่อมาจึงรู้ว่ามันคือ “กราโนล่า” Granola เป็นอาหารเช้าใส่นม หรือใส่โยเกิร์ตกินก็ได้ ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นของที่ฉันไม่คุ้นเคย คุณต้องเข้าใจนะ ในช่วงที่ฉันเป็นเด็ก เด็กๆ ในช่วงนั้นไม่มีอาหารพวกนม โยเกิร์ต หรือขนมขบเคี้ยวให้กิน อาหารเสริมก็ไม่มี จึงไม่คุ้นกับอาหารพวกสมัยใหม่ ถามว่าเด็กยุคนั้นกินอะไร กินกล้วย กินผลไม้ในท้องถิ่นเท่าที่มี ทั้งที่ขึ้นเองและที่ปลูกกัน วัยเยาว์ตอนกลับจากโรงเรียน เราก็จะเดินกลับและเก็บลูกไม้กินระหว่างทาง มีกินกันทุกวัน เริ่มแรก “พุทราลูกเล็กๆ” ที่ข้างบ้านครูใหญ่ “พร้าวดอนหวาน” ผ่านสวนมะพร้าว เราจะรู้ว่าต้นไหนเป็นมะพร้าวหวาน น้ำจะหวาน หอม ลูกเล็กๆ ที่หล่นลงมาก็ไม่ฝาด กัดกินได้เลย กินส่วนหัวของมัน เรียกว่า “ลูกพร้าวดอน” ขนาดโตกว่าหมากนิดนึง เดินกินไปเรื่อยๆ ยังมีเจออีกเยอะ เช่น ลูกมังเร ดีซำ มะขามอ่อน กระท้อนหล่น กระทกรกลูกเล็กๆ ตามแต่จะเดินไปเจอ แล้วแต่ชอบ แต่ฉันชอบอยู่สองอย่างคือ พุทรา กับ กระทกรก อีกอย่างคือ เม็ดแ
