อาหารและยา
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จับมือมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว 3 งานวิจัยเกษตร–สุขภาพ ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงและเชิงพาณิชย์ ในกิจกรรม ARDA Mini Press @Mahidol University ตั้งแต่ยาชาจากกัญชงไทย อิมมูโนโกลบูลินจากไก่ไข่ ไปจนถึงอาหารทางการแพทย์สัญชาติไทยรายแรกของประเทศ ตอกย้ำบทบาทงานวิจัยไทยในการเสริมความมั่นคงด้านอาหารและยา ลดการพึ่งพาการนำเข้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุมพิทยา จารุพูนผล ชั้น 5 มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท กรุงเทพฯ ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ARDA มองงานวิจัยเกษตรไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ในห้องปฏิบัติการ แต่คือกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมุ่งยกระดับงานวิจัยไทยให้ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล ความต้องการของเกษตรกร และความท้าทายในอนาคตอย่างรอบด้าน โดยพร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์และเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย ซึ่งเชื่อมโยงกับยุทธศ
ขมิ้นชัน อาหารสำคัญของคนใต้ เช่น ปลาทอดขมิ้น เหง้าขมิ้นตำด้วยเกลือทาตัวปลาแล้วนำไปทอด ที่ได้มากกว่าความอร่อยคือสุขภาพ “กูยิ” หรือ “ขมิ้นชัน” คือสมุนไพรที่สตรีหลังคลอดทุกคนต้องกิน โดยเมื่อคลอดหมอตำแยจะนำขมิ้นที่เตรียมไว้แล้ว ให้กินทันทีและกินตลอดระยะเวลา 40 วัน เชื่อว่าสรรพคุณคือ การรักษาแผลข้างในให้กับสตรีหลังคลอดนั่นเอง วิธีการเตรียมทำโดยง่าย ด้วยการตำขมิ้นให้ละเอียดแล้วผสมน้ำเล็กน้อยให้ดื่ม ขมิ้นชัน ยังป้องกันหน้าท้องลายหลังคลอด เป็นยาประคบท้องให้สตรีหลังคลอด โดยนำขมิ้นกับเกลือตำให้ละเอียด พันหน้าท้องในช่วง 30 วัน หรือช่วงการอยู่ไฟ นอกจากนี้ ยังดับกลิ่นคาวหลังคลอด ทำโดยการนำข้าวสารมาแช่ แล้วนำเหง้าขมิ้นมาตำพร้อมข้าวสารที่แช่ไว้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วทาตัวก่อนนอน ขมิ้นชัน ยารักษาโรคกระเพาะ ชาวบ้านทั่วไปกินขมิ้นชันซอยจิ้มเกลือรักษาโรคกระเพาะ ขมิ้นชันรักษาโรคลำไส้แปรปรวนอาการปวดเกร็งท้องบริเวณท้องน้อย แน่นท้อง ท้องอืด หน้าท้องโตขึ้นเหมือนมีลมในท้อง อาจมีอาการเรอหรือผายลมมากขึ้น การถ่ายอุจจาระไม่ปกติ อาการอย่างนี้ แม่ๆ ชาวไทยใหญ่จะเอาหัวขมิ้นกับเกลือมาคั่วให้สุก จากนั้นเอาน้ำอุ่นมาผสมด้วย
บางทีเวลานี้ หลายคนคงจะให้ความสนใจกับเรื่องของกิน พยายามเสาะหาของหลายอย่างมาทำกิน บางอย่างก็เคยกินเคยรู้จักมาก่อนแล้ว บางอย่างก็ลืมเลือนไปจากความทรงจำ บางอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย ก็อาศัยได้อ่านเจอในหนังสือ ในอินเตอร์เน็ต หรือไม่ก็จากคำบอกเล่าที่ผ่านเข้าหู สิ่งของที่นำมาประกอบอาหารการกิน ส่วนใหญ่มาจากสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะจากพืช มีนับร้อยนับพันชนิดที่นำมาทำอาหารได้ เรียกกันว่าของกินได้ก็ไม่ผิดนัก ในบรรดาพืชที่กินได้ มีประโยชน์ต่อร่างกายคนเรา “ผักเฮือก” เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่คนทางภาคเหนือรู้จัก และนำมาประกอบเป็นอาหารเหนือกันมานานแล้ว คนภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง ก็มีการนำมาทำกิน แต่จะต่างกันที่วิธีการประกอบอาหาร การปรุงแต่ง ถ้าบอกไว้อย่างนี้ แค่นี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะยังคิดไม่ออกว่า ผักเฮือกที่ว่ามันเป็นอย่างไร อาจจะวาดมโนภาพไปต่างๆ นานา ก็ขอบอกไว้ก่อนว่า ผักเฮือก ไม่ใช่ผักที่ได้จากการหว่านปลูกถอนตัด ขึ้นมาจากแปลง แต่เป็นผักประเภท ยอดไม้ยืนต้น จนถึงทุกวันนี้ ผู้เขียนเองก็ยังกังขาอยู่ว่าใครนะ ที่เขาเรียกยอดใบอ่อนของต้นไม้ยืนต้นว่า “ผัก” เรียกกันมาตั้งแต่เมื่อไร ใครเรียกมาก่อน ที่พอรู้ก็มีว่า ใบ
