News

ผักเฮือก เป็นยาและอาหาร

บางทีเวลานี้ หลายคนคงจะให้ความสนใจกับเรื่องของกิน พยายามเสาะหาของหลายอย่างมาทำกิน บางอย่างก็เคยกินเคยรู้จักมาก่อนแล้ว บางอย่างก็ลืมเลือนไปจากความทรงจำ บางอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย ก็อาศัยได้อ่านเจอในหนังสือ ในอินเตอร์เน็ต หรือไม่ก็จากคำบอกเล่าที่ผ่านเข้าหู สิ่งของที่นำมาประกอบอาหารการกิน ส่วนใหญ่มาจากสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะจากพืช มีนับร้อยนับพันชนิดที่นำมาทำอาหารได้ เรียกกันว่าของกินได้ก็ไม่ผิดนัก

ในบรรดาพืชที่กินได้ มีประโยชน์ต่อร่างกายคนเรา “ผักเฮือก” เป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่คนทางภาคเหนือรู้จัก และนำมาประกอบเป็นอาหารเหนือกันมานานแล้ว คนภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง ก็มีการนำมาทำกิน แต่จะต่างกันที่วิธีการประกอบอาหาร การปรุงแต่ง ถ้าบอกไว้อย่างนี้ แค่นี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะยังคิดไม่ออกว่า ผักเฮือกที่ว่ามันเป็นอย่างไร อาจจะวาดมโนภาพไปต่างๆ นานา ก็ขอบอกไว้ก่อนว่า ผักเฮือก ไม่ใช่ผักที่ได้จากการหว่านปลูกถอนตัด ขึ้นมาจากแปลง แต่เป็นผักประเภท ยอดไม้ยืนต้น

จนถึงทุกวันนี้ ผู้เขียนเองก็ยังกังขาอยู่ว่าใครนะ ที่เขาเรียกยอดใบอ่อนของต้นไม้ยืนต้นว่า “ผัก” เรียกกันมาตั้งแต่เมื่อไร ใครเรียกมาก่อน ที่พอรู้ก็มีว่า ใบไม้ ยอดไม้ ของไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เถาหลายชนิดที่ชาวบ้านนำมากิน หรือนำมาทำประกอบอาหารกินนั้น มักจะเรียกกันว่าผัก เช่น ผักหวาน ผักสาบ ผักดีด ผักฮ้วนหมู ผักเสี้ยว ผักแปม ผักปู่ย่า ฯลฯ

ผักเฮือก เป็นพืชในวงศ์ MORACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ficus superba Miq. var. japonica Miq. เป็นไม้ยืนต้นประเภทมะเดื่อและไทรพัน มีชื่อเรียกอื่น บางทีเรียก “ผักเฮือด” แถวภาคกลางเรียก “ต้นเลียบ” พบในป่าผลัดใบผสมป่าโปร่ง ป่าแถบชายทะเล ป่าชายทุ่ง ทางภาคเหนือมีการนำมาปลูกในหมู่บ้าน ที่สาธารณะ ปลูกเอาร่มเงาให้ความร่มเย็น เป็นพืชยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นสูง 5-15 เมตร ต้นที่อายุมาก จะแตกพุ่มใหญ่ ต้นที่ถูกตัดกิ่งหักกิ่งบ่อย จะดูทรงต้นเป็นคล้ายตอไม้ เหมือนต้นมะเดื่อ ต้นไทร มีปุ่มปม กิ่งก้านมาก ยิ่งตัดฟันยิ่งแตกกิ่ง จะแตกใบอ่อนช่วงปลายฤดูหนาว เข้าสู่ร้อน เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม ใบอ่อน ผลิยอดใบอ่อนสีชมพู หรือสีชมพูอมเขียว


เมื่อใบเริ่มออกจะลักษณะคล้ายดอกจำปาตอนตูม กลมรียาวปลายแหลม มีปลอกบางๆ หุ้มเป็นกาบใบ มองดูใสโปร่งสวยงาม เด่นสะดุดตาน่าเชยชมไปทั่วทั้งกิ่งก้าน เมื่อยอดอ่อนใบอ่อนเจริญเป็นใบแก่สีเขียว เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบแก่รูปรีหรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบมน ขอบใบเรียว ผิวใบมัน กว้าง 5-8 เซนติเมตร ยาว 8-15 เซนติเมตร มีหูใบขนาดเล็กติดโคนใบนิดๆ ดอกออกเป็นช่อ ดอกเล็กเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.4-0.6 เซนติเมตร ก้านดอกสั้น ดอกออกตามซอกใบ ผลอ่อนสีเขียว ขนาด 1-2 เซนติเมตร เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีชมพูแดง ม่วง ม่วงอมดำ หรือดำ

ผักเฮือก หรือ ผักเฮือด ยอดอ่อนที่แตกออกมาตอนปลายหนาวต่อร้อนนั่นแหละ ชาวบ้านเก็บเอามา กินเป็นผักสดก็มี ทำกับข้าว ชาวเหนือมักจะนำมาแกงใส่กระดูกซี่โครงหมู แกงใส่ปลา หรือนำไปลวก นึ่ง ทำผักลวกราดกะทิ เป็นผักเคียงจิ้มน้ำพริก และที่ฮิตฮ็อตทำกัน ยำผักเฮือก ใส่กากหมู หรือแคบหมู ลำแต้ๆ เน้อ ชาวใต้ก็นิยมนำไปต้มกะทิปลาเค็ม แกงเผ็ดปลา แกงเผ็ดไก่ หรือแกงกะทิ หรอยจังฮู้ ชาวภาคกลาง ไม่รู้คนภาคไหน ก็มีบ้างที่ได้นำเอาผักเฮือกมาทำอาหาร ชาวอีสานหลายแหล่งนำไปแกง แล้วแอบกินเองไม่กระซิบบอกใครว่า แซ่บเว่อร์…

ยอดผักเฮือก มีรสชาติแปลกลิ้นเมื่อปรุงเป็นอาหารการกินแล้ว แต่รสชาติที่เป็นต้นตำรับของยอดอ่อนผักเฮือก คือมีรสฝาด มัน เปรี้ยว ในประมาณยอดอ่อนผักเฮือก 1 ขีด หรือ 100 กรัม มีคุณค่าให้พลังงานต่อร่างกาย 39 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ 1.5 กรัม ฟอสฟอรัส 84 มิลลิกรัม แคลเซียม 55 มิลลิกรัม เหล็ก 2.1 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 1 มิลลิกรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.01 มิลลิกรัม วิตามินเอ 6375 iu.

ในสมัยก่อน หมอพื้นบ้านภาคเหนือ นำเปลือกต้นผักเฮือกมาต้มน้ำทำเป็นน้ำยาแก้ปวดท้อง ชาวบ้านที่ปวดท้องทุรนทุราย ดื่มน้ำต้มเปลือกต้นผักเฮือกสักจอกสองจอก หาย รอดจากความเจ็บปวดทรมานไปได้ สมัยนี้ก็พอมีผู้รู้ นำมาทำยาแก้ปวดท้อง เป็นยาเม็ดลูกกลอน หมอยังมีข้อแนะนำสำหรับสตรีมีลูกน้อย แม่ลูกอ่อนที่มีอาการไอ ห้ามกินผักเฮือก มันจะทำให้ไอกำเริบ แต่ไม่บอกไว้ว่า ผู้ชายหรือสาวๆ ที่ยังไม่มีลูกน้อย กินแล้วจะไอมากกว่าเก่าหรือไม่ คงไม่เป็นไรถ้าให้เป็น ไอเลิฟยู

ต้นผักเฮือก ผักเฮือด เลียบ มียางเหนียวที่ต้น กิ่ง เมื่อทำให้เปลือกเกิดแผล จะมียางไหลซึมออกมา เป็นยางที่เหนียวเหมือนกับยางต้นขนุน เด็กๆ สมัยก่อนที่ชอบฝึกออกป่าล่าสัตว์ ออกยิงนกตกปลา ป่าละเมาะใกล้บ้าน ได้ไม้ไผ่ลำเล็กๆ ยาวๆ ติดปลายไม้ไผ่ด้วยยางผักเฮือก ล่าจับจักจั่น ที่ชอบเกาะร้องตามกิ่งไม้ เสียงแสบแก้วหู หนำซ้ำชอบปล่อยน้ำเป็นฝอยออกมาด้วย  ยางเหนียวผักเฮือกทำให้จักจั่นติดมากับปลายไม้ไผ่

เด็กๆ นำจักจั่นมาคั่วกินเล่น สนุก อิ่มอร่อยด้วย ก็เป็นความสุขเล็กๆ ให้กับเด็กๆ ที่สมัยนี้ไม่มีโอกาสได้สัมผัส ความสุขที่ได้จาก “ผักเฮือก ผักเป็นยาและอาหาร”

Related Posts