อินทผลัมกินผลสด
ไร่กำนันเยื่อ สวนอินทผลัมน้องใหม่แห่งเมืองกาญจน์ เจ้าของเป็นหนุ่มแบงค์ ผู้หลงใหลในงานด้านเกษตร ใช้ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ขับรถจากกรุงเทพฯ ไปเมืองกาญจน์ เพื่อไปดูแลสวนอินทผลัมที่ตนเองรัก จากจุดเริ่มต้นถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 4 ปี ที่หนุ่มแบงค์คนนี้เดินบนเส้นทางสายเกษตร มุ่งมั่นตั้งใจ จนสามารถสร้างผลผลิตออกมาได้อย่างงดงาม และในปีนี้แอบได้ยินมาว่า ผลผลิตที่สวนออกมาเยอะ คุณภาพแน่น มีจุดเด่นที่สายพันธุ์อัมเอ็ดดาฮาน ที่มีรสชาติหวาน กรอบ ไม่มีรสฝาด กับอีกพันธุ์น้องใหม่ที่ยังไม่มีใครได้ลองชิมคือ สายพันธุ์อัสซัน ในประเทศไทยเพิ่งมีการนำเข้าได้ 2 ปีที่แล้ว ปีนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ทุกสวนที่ปลูก และผู้บริโภคจะได้ลิ้มรสชาติของอินทผลัมสายพันธุ์อัสซันเป็นครั้งแรกในเมืองไทยไปพร้อมกัน ที่ไร่กำนันเยื่อ คุณอนุกูล วิเศษสิงห์ หรือ พี่เต๋ สวนอยู่ที่ไร่กำนันเยื่อ หมู่ที่ 17 บ้านหนองสำโรง ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี หนุ่มแบงค์ สวมบทบาทเป็นเกษตรกรวันหยุด เนรมิตสวนอินทผลัมที่เมืองกาญจน์ บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ สร้างจุดเด่นด้วยการปลูกอินทผลัมสายพันธุ์ที่แปลกใหม่ หารับประทานได้ยาก มีอยู่ 3 สายพันธุ์หลั
พูดถึง อินทผลัม หลายคนคงคิดถึงแบบอบแห้งกันใช่ไหม แต่จริงๆ แล้ว ยังมีอินทผลัมแบบกินผลสด ในบ้านเราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งคนปลูกและคนกิน คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านมาปลูกโป๊ยเซียน เฟื่องฟ้า ลีลาวดี ชวนชม และไม้ประดับอื่นๆ ในพื้นที่ 100 ไร่ หลังจากนั้นก็มาปลูกอินทผลัมทั้งแบบการเพาะเมล็ดและปลูกแบบต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ปัจจุบัน ได้ผลดี คือปลูกจากต้นที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ “พันธุ์ที่ทางสวนปลูกคือ พันธุ์บาร์ฮี (เนื้อเยื่อ) เพราะให้ผลที่แน่นอน ตอนแรกที่สวนก็ปลูกแบบเพาะเมล็ดด้วย แต่ว่าขุดทิ้งออกหมดแล้ว เพราะว่าให้ผลผลิตไม่แน่นอน ตอนนี้ที่สวนมีพันธุ์บาร์ฮี ปลูกอยู่เป็นหลักร้อย ประมาณ 500 ต้น อายุต้นอยู่ประมาณ 2-3 ปี ต้นหนึ่งสามารถออกผลได้ตั้งแต่ 2 ปีหลังจากปลูกแล้ว เพราะว่าสภาพดินที่สวนเป็นดินเหนียวค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ส่วนราคาขายผลผลิตจะเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท ถ้าปลูกทุเรียนก็จะดี แต่ถ้าปลูกอินทผลัมก็จะดียิ่งกว่า เพราะว่าดินที่นี่สมบูรณ์มากกว่าที่อื่น” คุณปรีชา บอก คุณปรีชา บอกว่า ราคาต้
พูดถึง อินทผลัม หลายคนคงคิดถึงแบบอบแห้งกันใช่ไหม แต่จริงๆ แล้ว ยังมีอินทผลัมแบบกินผลสด ในบ้านเราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งคนปลูกและคนกิน เทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสพูดคุยกับ คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ เจ้าของสวนอินทผลัม จังหวัดนนทบุรี สวนนี้ถือว่ามีความก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่ง คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านมาปลูกโป๊ยเซียน เฟื่องฟ้า ลีลาวดี ชวนชม และไม้ประดับอื่นๆ ในพื้นที่ 100 ไร่ หลังจากนั้นก็มาปลูกอินทผลัมทั้งแบบการเพาะเมล็ดและปลูกแบบต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ปัจจุบัน ได้ผลดี คือปลูกจากต้นที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ “พันธุ์ที่ทางสวนปลูกคือ พันธุ์บาร์ฮี (เนื้อเยื่อ) เพราะให้ผลที่แน่นอน ตอนแรกที่สวนก็ปลูกแบบเพาะเมล็ดด้วย แต่ว่าขุดทิ้งออกหมดแล้ว เพราะว่าให้ผลผลิตไม่แน่นอน ตอนนี้ที่สวนมีพันธุ์บาร์ฮี ปลูกอยู่เป็นหลักร้อย ประมาณ 500 ต้น อายุต้นอยู่ประมาณ 2-3 ปี ต้นหนึ่งสามารถออกผลได้ตั้งแต่ 2 ปีหลังจากปลูกแล้ว เพราะว่าสภาพดินที่สวนเป็นดินเหนียวค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ส่วนราคาขายผลผลิตจะเป็นกิโลกรัมละ
