อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
BEDO ม.บูรพา ม.สวนสุนันทา จับมือสร้างต้นแบบการท่องเที่ยวกระแสใหม่ ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสีเขียวอย่างยั่งยืน นำร่อง 3 อำเภอ ใน จังหวัดประจวบฯคีรีขันธ์ เพิ่มขีดความสามารถด้านท่องเที่ยวให้ชุมชนควบคู่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้แท้จริง นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 ได้อนุมัติให้สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ดำเนินการตามข้อนำเสนอของกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กรอบระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2569 โดยเลือกนำร่องโครงการฯที่ จ.ประจวบฯ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างและมีความหลากหลายทางภูมิประเทศและภูมินิเวศน์ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยบูรพาในการดำเนินการทำแผนแม่บท และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นที่ปรึกษาโครงการดังกล่าว ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ในการดำรงชี
ดร.ธัชพล กาญจนกูล รองเลขาธิการสายงานพื้นที่และชุมชน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี (คนกลาง) ดร.อภิชาติ ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC-HDC (ขวาสุด) และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาและสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะในด้านบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness) ในพื้นที่ อีอีซี เพื่อยกระดับพื้นที่อีอีซีให้มีความพร้อมก้าวไปสู่สังคมแห่งบริการเพื่อสุขภาพมาตรฐานระดับโลก (Wellness Society) ซึ่งจะสามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้เข้าสู่พื้นที่อีอีซีต่อเนื่องในอนาคต สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เข้าถึงชุมชน และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งต่อไป
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศมหาศาล ผู้ประกอบการทุกเซ็กเตอร์ (Sector) ทยอยชัตดาวน์ (Shutdown) ตัวเอง ขณะที่แรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า บางส่วนถูกเลิกจ้างถาวร บางส่วนตกงานชั่วคราว บางส่วนถูกปรับลดเงินเดือน ฯลฯ แน่นอนว่า วิกฤต COVID-19 ครั้งนี้ มีส่วนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างของธุรกิจท่องเที่ยวและแนวทางการทำงานของผู้ประกอบการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก สะท้อนมุมมองว่าผู้ที่จะอยู่รอดในยุค COVID-19 นั้น ไม่ใช่ผู้ที่รวยที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุดหรือเก่งที่สุด แต่เป็นผู้ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดโดยในช่วงปี 2018-2019 ซึ่งเรียกว่าเป็นยุค Digital Disruption ที่คนทั่วโลกได้ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล พฤติกรรมการค้นหาข้อมูล การจองและการแชร์ของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปรับตัวไม่ทัน มีลูกค้าน้อยลง รายได้ลดลง แต่มีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้เกิดการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จึงได้จัดโครงการพัฒนากำลังคนด้วยเทคโนโลยีแ
กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ช่วยชุมชนออกแบบพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ เรื่องราวบรรจุภัณฑ์ต่อยอดจากของเดิมที่มีอยู่ สร้างสรรค์ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะท้องถิ่นของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยในปี 2563 มีกลุ่มที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนา 792 ราย/กลุ่ม ทั่วประเทศ แบ่งฝึกปฏิบัติ 6 รุ่น ตามภาค ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม “New normal” ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ค้นหาเสน่ห์วิถีชุมชนที่ซ่อนอยู่ อาทิ หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวบ้านแสมผู้ จังหวัดระยอง หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยว บ้านหาดบ้าย จังหวัดเชียงราย บ้านบุเปือย จังหวัดอุบลราชธานี หมู่บ้านคลองต่ำ จังหวัดปัตตานี และ บ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม นำมาพัฒนาต่อยอดตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เน้นตลาดเชิงการผลิต สร้างอาชีพ รายได้ที่ยั่งยืน โดยมี ภาคกลาง จำนวน 346 ผลิตภัณฑ์ ภาคใต้ จำนวน 182 ผลิตภัณฑ์ อีสาน จำนวน 161 ผลิตภัณฑ์ และ ภาคเหนือ จำนวน 103 ผลิตภัณฑ์ พร้อมรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวทั้งภายในและนอกประเทศ หลังสถานการณ์
