อุตสาหกรรมประมง
นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดให้มีการดำเนินการปฏิรูปภาคการประมงไทยให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหา IUU ซึ่ง นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ขานรับนโยบายพร้อมมีการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวฯ อย่างต่อเนื่องที่จะทำให้ประเทศไทย ได้มีการปฏิรูปกรอบกฎหมายในช่วงปี 2558 ถึงปี 2561 เพื่อแก้ไขปัญหาร้ายแรงเหล่านี้ และได้เปลี่ยนแปลงภาคประมงของประเทศไทยไปสู่ระบบที่สร้างความรุ่งเรือง ยั่งยืนในอาชีพประมง และปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมงจนถึงรุ่นลูกหลาน หากไม่มีการปฏิรูปดังกล่าว ภาคประมงของประเทศไทยอาจจะเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วและเป็นเหตุให้นานาประเทศมีข้อตำหนิติเตียน รัฐบาลไทยได้พัฒนาและเสริมสร้างระบบการติดตาม เฝ้าระวัง และควบคุม (Monitoring, Control and Surveillance System: MCS) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเข้า-ออก จากท่าเรือของเรือประมง การตรวจสอบเรือประมงที่ท่าเรือ การตรวจสอบเรือประมงในทะเล การเฝ้าระวังทางอา
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือกับศูนย์สวัสดิภาพและ ธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (FLEC) เดินหน้าให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานประมงต่างด้าว และครอบครัว เพื่อป้องกันปัญหาค้ามนุษย์ และการละเมิดสิทธิของแรงงานจากการจ้างงานในอุตสาหกรรมประมง นางสาวนาตยา เพชรัตน์ ผู้จัดการศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา ในฐานะกรรมการศูนย์ FLEC กล่าวว่า ในปี 2562 ศูนย์ FLEC ได้รณรงค์และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าว เช่น สิทธิประกันสุขภาพ สิทธิประกันสังคม และ พรก.การทำงานของแรงงานต่างด้าว รวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและความปลอดภัยในการทำงานบนเรือ ให้แก่แรงงานประมง และแรงงานต่อเนื่องจำนวน 742 ราย นอกจากนี้ ศูนย์ FLEC ได้ต่อยอดกิจกรรมของศูนย์ สู่การสร้างอุตสาหกรรมประมงไทยให้ยั่งยืน ด้วยการร่วมกับซีพีเอฟให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะกับแกนนำแรงงาน เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับเพื่อนแรงงาน รวมถึงส่งเสริมสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงานและครอบครัว ภายใต้โครงการ เช่น โครงการศูนย์พยาบาล และคัดกรองโรคเบื้องต้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีแร
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลการประชุมเรื่องความร่วมมือต่อต้านประมงผิดกฎหมายระหว่างอาเซียนและแปซิฟิกครั้งที่1ที่กรุงนิวยอร์กสหรัฐอเมริกาว่า รู้สึกพอใจผลการประชุมครั้งแรกระหว่างอาเซียน-แปซิฟิกที่เห็นพ้องต้องกันในการสร้างความร่วมมือทางด้านประมงยั่งยืนเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร(food security)ในระดับภูมิภาคนับเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญของอาเซียน10ประเทศและกลุ่มแปซิฟิก16ประเทศ นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นควรให้เสนอประเด็นการทำประมงแบบยั่งยืนเป็นวาระการพิจารณาของเอเปคด้วย ทางด้านนายปีเตอร์ ทอมสัน ฑูตพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติด้านกิจการทางทะเลและมหาสมุทรแสดงความยินดีที่อาเซียนพร้อมร่วมมือกับกลุ่มประเทศแปซิฟิกในการต่อต้านประมงผิดกฎหมายซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายSDGของสหประชาชาติว่าด้วยประมงยั่งยืน(Sustainable Fishery)พร้อมกับแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย(IUU Fishing)จนเป็นที่ยอมรับจากอียูและการที่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนริเริ่มนโยบายประมงอาเซียน (ASEAN General Fisheries Policy)และการจัดตั้งเครือข่าย อาเซียนในการต่อต้านการประมงผิด
