เกษตรกรชาวสวนทุเรียน
วันที่ 13 มีนาคม 2569 รวมพลังเกษตรกรชาวสวนทุเรียน นำทัพโดย “เฮียหมา” สัญชัย โกสัลล์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญการเพาะปลูกทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย และกลุ่มทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย (ATDP)และสมาคมทุเรียนไทย (TDA) ถึงเวลาแล้วที่ชาวสวนต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองให้ชัดGAP ไม่ใช่แค่ใบรับรองติดผนัง แต่คือ “แต้มต่อ” ในเกมคุณภาพ และเกราะป้องกันความเสี่ยงทั้งสวนและตลาด เวทีนี้…จะพูดกันตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม ✔ ล้างจุดเสี่ยง เลี่ยงจุดตาย ✔ มาตรการ 69 จัดการทุเรียนคุณภาพให้ขายได้จริง ✔ วางระบบรับมือวิกฤตเกษตรกรแบบยั่งยืน ใครที่กำลังทำทุเรียนอยู่ กำลังขอ GAP หรือยังลังเล งานนี้ควรมา ฟังให้ชัด เข้าใจให้จริง แล้วกลับไปปรับใช้ในสวนได้ทันที ⚠️ รับจำนวนจำกัด สิทธิ์สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าร่วมงานเท่านั้น เพียง สแกน QR แล้วจองที่นั่งไว้ก่อน ของดีไม่ควรตัดสินใจช้า หรือจิ้มลงทะเบียน 👇 https://gap.rbru.ac.th #GAPสร้างค่า #ชาวสวนต้องรู้ทัน #ทุเรียนคุณภาพ #จันทบุรี #สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย #ATDP #กลุ่มทำสวนเอาเงินไม่ได้เอาเงินทำสวน&nb
ในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อนที่ร้อนจัด โอกาสเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในช่วงปลายเดือนเมษายน 2562 ทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้เตือนภัย และให้คำแนะนำในการรับมือแก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงให้ผลผลิต ให้เฝ้าระวังโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง เชื้อราสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน คือ เชื้อราไฟทอปธอรา พาล์มิโวรา (Phytophthora palmivora) สังเกตลักษณะอาการของต้นที่เกิดโรค ใบจะไม่เป็นมันสดใส โดยใบค่อย ๆ เหลืองซีดและร่วง ใบอ่อนเหี่ยวเหลือง มีจุดแผลสีน้ำตาลอ่อนฉ่ำน้ำ เส้นใบมีสีน้ำตาลดำ บริเวณกิ่ง ลำต้น และโคนต้น มีสีของเปลือกเข้มคล้ายถูกน้ำเป็นวงหรือเป็นทางน้ำไหลลงด้านล่างหรือมีรอยแตกของแผล และมีน้ำเยิ้มออกมาในช่วงเช้า เมื่อถากเปลือกจะพบว่าเปลือกเน่า เนื้อไม้เป็นสีน้ำตาล ส่วนที่เน่ามีกลิ่นหืน แผลเน่าจะลุกลามรวดเร็ว ต้นที่เป็นโรครุนแรงจะมีน้ำยางไหลออกมาโดยเฉพาะในช่วงเวลาเช้าที่มีอากาศชุ่มชื้น เมื่อขุดดูที่รากฝอยจะมีลักษณะเปื่อยยุ่ย มีสีน้ำตาล และหลุดง่าย กรณีอาการของโรครุนแรงจะเน่าลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นโทรมและยืนต้นตาย วิธ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การส่งออกทุเรียนไทยในปี 2562 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีราคาใกล้เคียงกับที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศยังมีต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจของ 2 ประเทศ ผู้บริโภคหลักของทุเรียนไทย คือ จีน เวียดนาม ยังดีต่อเนื่อง จากปี 2561 มีการส่งออก 518,882 ตัน เพิ่มขึ้น 3.05% มูลค่า 35,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.21% ส่วนราคาที่เกษตรกรขายได้ใน ปี 2562 คาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 2561 คือ ราคา 78.16 บาท/กิโลกรัม โดยราคาทุเรียนในปีนี้จะสูงกว่าต้นทุนการผลิต 5 เท่า จากต้นทุน 15.10 บาท ต่อกิโลกรัม นายฉันทานนท์ กล่าวว่า อนาคตของทุเรียนไทย สศก. มองว่าเกษตรกรชาวสวนทุเรียนควรเน้นผลิตทุเรียนเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีมากกว่าเน้นปริมาณ เพื่อรองรับการแข่งขันของคู่ค้าในอนาคต จากปัจจุบันไทยเน้นส่งออก ทุเรียนหมอนทอง ควรเพิ่มสายพันธุ์ทุเรียนให้มีความหลากหลาย อาทิ ก้านยาว ชะนี พวงมณี เพื่อกระจายความเสี่ยง ยกระดับการขายเป็นขายทุเรียนพรีเมี่ยม และเพิ่มรูปแบบการแปรรูปทุเรียนเพื่อเพิ่มมูลค่า อาทิ ทุเรียนอบกรอบ ทุเรียนฟรีซดราย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า
ในช่วงที่มีลมแรง และมีฝนตกร้อยละ 10-20 ของพื้นที่แบบนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเฝ้าระวังการระบาดของหนอนเจาะผลทุเรียน มักพบการเข้าทำลายในช่วงที่ต้นทุเรียนอยู่ในระยะติดผล เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนทุเรียนในระยะนี้ จะพบการเข้าทำลายตั้งแต่ผลทุเรียนยังเล็กอายุประมาณ 2 เดือน จนกระทั่งผลโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว ทำให้ผลทุเรียนเป็นแผล ผลอาจเน่าและร่วงเนื่องจากเชื้อราเข้าทำลายซ้ำ หากหนอนเจาะกินเข้าไปจนถึงเนื้อผล จะทำให้บริเวณนั้นเน่าเมื่อผลสุก โดยจะสังเกตเห็นมูลและรังของหนอนได้อย่างชัดเจนที่บริเวณเปลือกผลทุเรียน เมื่อผลทุเรียนใกล้แก่จะมีน้ำไหลเยิ้ม หนอนจะเข้าทำลายผลทุเรียนที่อยู่ชิดติดกันมากกว่าผลที่อยู่เดี่ยวๆ เพราะผีเสื้อตัวเต็มวัยชอบวางไข่ในบริเวณรอยสัมผัสนี้ ถ้าผลทุเรียนที่มีรอยแมลงทำลาย จะส่งผลทำให้ผลผลิตทุเรียนขายไม่ได้ราคา เกษตรกรควรหมั่นสังเกตตรวจดูผลทุเรียนภายในสวน หากพบรอยทำลายของหนอนเจาะผลทุเรียน ให้ใช้ไม้หรือลวดแข็งเขี่ยตัวหนอนออกมาทำลายทิ้ง จากนั้น ให้ตัดแต่งผลทุเรียนที่มีจำนวนมากเกินไป โดยเฉพาะผลที่อยู่ติดกัน เกษตรกรควรใช้กิ่งไม้หรือกาบมะพร้าวคั่นระหว่างผล เพื่อป้องกัน
