เกษตรกรภาคใต้
กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งสั่งการด่วนสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลดทันที นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เกิดดินสไลด์ และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 – ปัจจุบัน ในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ใน 70 อำเภอ 358 ตำบล 2,318 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 148,554 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย ประมาณ 1,275,355 ไร่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไม้ผล นาข้าว และพืชผัก โดยเฉพาะข้าวนาปีซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลผลิต และขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด ดังนั้น จึงได้สั่งการไปยังเกษตรจังหวัดทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบให้เร
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดโครงการให้ความรู้กับเกษตรกรเรื่องไผ่ เศรษฐกิจของไผ่ที่จังหวัดภาคใต้หลายจังหวัดและมีผู้นำกลุ่มเกษตรกรได้เดินทางไปดูงานที่ภาคเหนือ โดยเมื่อ 3 ปีที่แล้วเกษตรกรจากภาคใต้ได้นำกล้าไผ่ซางหม่นไปลองปลูกที่จังหวัดยะลา ปรากฏว่าปีต่อปีไผ่เจริญเติบโตและแตกกอเร็วมากกว่าที่ภาคเหนือ อาจด้วยสภาพดินและน้ำน่าจะดีกว่า เกษตรกรที่ภาคใต้จึงสนใจว่าจะพัฒนาเศรษฐกิจไผ่ได้อย่างไร จึงเสนอเรื่องโมเดลการทำหัตถกรรมการทำประโยชน์จากไผ่อย่างง่าย เช่น เรื่องการแปรรูปไผ่เป็นตะเกียบ ไม้บาร์บีคิว ไม้จิ้มฟัน หรืออื่นๆ ซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจกันมาก ต่อมาทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอบต.) แจ้งว่า มีบริษัทด้านพลังงานมาจากประเทศเกาหลีทราบว่าที่จังหวัดยะลาเกษตรกรให้ความสนใจปลูกไผ่จึงได้เดินทางไปเจรจานำมาสู่ภารกิจ ศอบต.ร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ส่งเสริมปลูกไผ่เพื่อนำไปทำเป็นพลังงานชีวมวลส่งออกไปประเทศเกาหลี นำมาซึ่งการบันทึกความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสาน
