เกษตรกรสูงวัย
แม้รายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยปี 2568 จะชี้ให้เห็นว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสร้างมูลค่ามากกว่า 25,500 ล้านบาทต่อปี แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือปัญหาใหญ่ที่กำลังทำให้อุตสาหกรรมสั่นคลอน นั่นคือเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยที่ต้องทำงานหนักเกินกำลัง ตั้งแต่ตื่นกลางดึกไปเปิดเครื่องตีน้ำ ตรวจคุณภาพน้ำในบ่อซ้ำๆ ไปจนถึงการให้อาหารลูกปลาทุกสามชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด แต่การทำงานหนักเช่นนี้ไม่ได้การันตีถึงผลผลิตที่แน่นอน เกษตรกรหลายรายต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่า “โชค” เพื่อให้ปลาในบ่อรอดชีวิต ความเหนื่อยล้าและความเสี่ยงต่อสุขภาพทำให้คนรุ่นเก่าหลายคนเริ่มถอยออกจากอาชีพที่ทำมาทั้งชีวิต ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ไม่อยากก้าวเข้ามารับช่วงต่อ ทั้งที่งานนี้เป็นอาชีพสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจชุมชนตลอดมา ท่ามกลางความท้าทายนี้ นักศึกษาสาวทีม “Teletubbies” จากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย ชัญญาภัค ทรัพย์สวัสดิ์กุล (หัวหน้าทีม) ,อนัญญา อุจจธรรมรัตน์ ,นันท์นภัส นันทพรนิรชา และณัชณศา เลิศมหากูล ได้ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลง ด้วยการพ
เมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้าวพันธุ์ดีครบวงจร ตำบลห้วยเตย อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มชาวนา ภายใต้การนำของ คุณบุญมา พลภักดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยเตย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในท้องถิ่น พวกเขารวมกลุ่มกันเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีและกระจายเมล็ดพันธุ์ดีให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน รวมทั้งลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าวให้สูงขึ้น การเดินทางในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้เห็นความสมัครสมานสามัคคีของชาวนาต้นแบบแห่งชุมชนแห่งนี้แล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านอีสานที่ขยันทำงานอีกด้วย ผู้ใหญ่บุญมา พลภักดี บอกว่า ที่นี่เป็นชุมชนเกษตรกรที่ขยันในการทำมาหากิน เกษตรกร 1 คน ทำงาน 4 อย่าง คือ ทำนา เป็นพืชหลัก เพื่อใช้เป็นอาหารในครัวเรือน และผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ออกขาย เหลือกินจึงค่อยขายข้าว อาชีพที่สองคือ ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อจำหน่าย อาชีพที่สาม ปลูกอ้อยส่งโรงงาน และอาชีพที่สี่ เลี้ยงโค กระบือ เป็นเงินออมในครัวเรือน เรียกว่า เกษตรกร 1 คน ในชุมชนแห่งนี้ ทำ 4 อาชีพ ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ผู้ใหญ่บุญมา แนะนำให้ผู้เขียนได้เยี่ยมสว
