เกษตรกรเลี้ยงโคนม
ตามที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้กำหนดให้ วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันดื่มนมโลก” หรือ “World Milk Day” เพื่อให้ประเทศและองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม โดยวันดื่มนมโลก ประจำปี 2564 ได้มีการกำหนดแคมเปญไว้ว่า “EnjoyDairy” ภายใต้สโลแกน “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อรณรงค์ให้มีการบริโภคผลิตภัณฑ์นมในทุกเพศทุกวัย ยิ่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 กำลังระบาดในเวลานี้ การบริโภคนม ยิ่งมีความจำเป็น โดยเฉพาะผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้ผนึกขบวนการสหกรณ์โคนมในจังหวัดสระบุรี 7 แห่ง ร่วมกันบริจาคนมพร้อมดื่ม จำนวน 270 ลัง หรือจำนวน 9,720 กล่อง ให้กับผู้ป่วยที่มาพักรักษาตัว และบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักขณะนี้ ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม ภายในอาคารชาแลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ในการนี้ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยภายหลังเป็นประธานในพิธีว่า “วันดื่มนมโลก” ปีนี้ นอกจากจะเป็นก
วันที่ 19 ม.ค. นายณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยหลังพบและหารือกับกรมสรรพากร เกี่ยวกับโครงสร้างภาษีใหม่ที่จะมีผลชำระในเดือนมี.ค.2561 ว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม กำลังประสบความเดือดร้อน หลังกรมสรรพากรปรับโครงสร้างภาษีใหม่ โดยมีการจัดเก็บภาษีรายได้ผู้เลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น จากรายได้ 100% หักรายจ่ายได้เพียง 60% จากโครงสร้างภาษีเดิมสามารถหักรายจ่ายได้ 85% และส่วนที่ต้องนำไปคำนวนเป็นฐานเสียภาษีคือ 40% รายได้ทั้งหมด จากเดิมใช้ 15% ของรายได้นำมาคำนวนภาษีรายได้ประจำปี “ประกาศโครงสร้างภาษีใหม่ของกรมสรรพากร ส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งมากกว่า 80% ของผู้เลี้ยงโคนมเป็นรายย่อย จึงได้เข้าพบ หารือกับกรมสรรพากร เพื่อหาวิธีช่วยเหลือและลดภาระให้กับเกษตรกร เบื้องต้นสรรพากรทำหนังสือเวียนไปถึงเกษตรกรทั่วประเทศ โดยให้คำแนะนำมาว่า ให้เกษตรกรรายย่อย นำใบเสร็จค่าใช้จ่าย ในฟาร์ม ค่าต้นทุนการผลิต สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถลดได้สูงสุดจุดเหลือเพียง 15% ของรายได้ทั้งหมด ตามโครงสร้างภาษีเดิม แต่กรมสรรพากรย้ำต้องมีใบเสร็จ ที่ตรวจสอบแล
