เกษตรจังหวัดกระบี่
วันที่ 10 มิถุนายน 2564 สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) รับเงินอุดหนุนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ในจังหวัดกระบี่ นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำขึ้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงตลาด เป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรยกระดับเป็นผู้ประกอบการ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ในส่วนจังหวัดกระบี่ มีแปลงใหญ่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการเกษตรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 14 แปลง ประกอบด้วย แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน 12 แปลง และแปลงใหญ่ทุเรียน 1 แปลง และแปลงใหญ่ผึ้ง 1 แปลง งบประมาณรวม 36,813,902 บาท โดยแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน ขอสนับสนุนงบประมาณ เพื่อพ
เกษตรจังหวัดกระบี่ เตือนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่อยู่ในระยะพัฒนาของผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต้นทุเรียนที่อยู่ในระยะผลอ่อน ระวังหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ระบาดทำความเสียหายแก่ทุเรียน ซึ่งสามารถทำความเสียหายให้แก่ผลผลิตสูงถึงร้อยละ 80-90 ในช่วงต้นฤดูฝนนี้เป็นช่วงที่พบการระบาดทำลายของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนสูงมาก เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง ดินนิ่ม ดักแด้หนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่อยู่ในดินจะฟักออกมาและทำลายภายในผลทุเรียน และเมื่อมองจากภายนอกผลจะไม่พบร่องรอยของการทำลาย ดังนั้น ขอให้เกษตรกรสำรวจสวนทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ หากพบลักษณะการทำลายของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนให้รีบขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อหาแนวทางควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง การใช้ตาข่ายพันรอบต้นเป็นการป้องกันหนอนเจาะผลและเมล็ดทุเรียน อีกวิธีการหนึ่ง คือการกำจัดตัวเต็มวัย ซึ่งตัวเต็มวัยจะเป็นผีเสื้อกลางคืนและจะออกจากดักแด้เมื่อสภาพอากาศมีความชื้นหรือมีฝนตกลงในบริเวณนั้น แล้วจะปีนมาเกาะบริเวณต้นไม้ใกล้ๆ เพื่อรอขยายปีกและทำให้ปีกแห้ง โดยเฉพาะที่ต้นทุเรียน หลังจากนั้น จะไปผสมพันธุ์กันแล้วมาวางไข่
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 พ.ต.ท.ม.ล. กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธาน มอบเมล็ดพันธุ์ผักเพื่อสนับสนุนโครงการหมู่บ้านมีรักปลูกผักไว้กิน “เกษตรกระบี่ร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19” ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายองค์ความรู้และสารสนเทศปาล์มน้ำมัน สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยมี นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน และมีตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมรับมอบเมล็ดพันธุ์ผักนำร่องทั้ง 8 อำเภอ ซึ่งจะนำไปมอบให้เกษตรกรเป้าหมาย จำนวน 1,600 ครัวเรือน นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การจัดโครงการ “เกษตรกระบี่ร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับครัวเรือน ลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน และเกิดความรักสามัคคีในหมู่บ้านชุมชน มุ่งเน้นให้เกษตรกรมีผักปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ในช่วงของสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร และจังหวัดกระบี่ ที่ต้องการให้ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในทุกช่องทางที่สามาร
เมื่อเร็วๆ นี้ นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายสุทีป สุธาประดิษฐ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่ นายวีระเทพ จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่ นายชำนาญ นุ่นดำ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ นายสุเทพ หนูรุ่น เกษตรอำเภอเมืองกระบี่ นายศรชัย ทองเลี่ยมนาค นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ระดับ 7 ศูนย์เรียนรู้ยางพาราจังหวัดกระบี่ และ นายสุนันท์ หิรัญ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาทอง ลงพื้นที่สร้างการรับรู้การเฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพารา และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร การสังเกตลักษณะอาการของโรค การดูแลสวนยางที่เกิดการระบาด เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนสวนยางมีความรู้ความเข้าใจแนวทางการจัดการและการดูแลรักษาสวนยางหลังจากพบการระบาดของโรค โดยมีเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่หมู่ 1 บ้านในสระ ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เข้าร่วมรับฟังจำนวน 40 ราย ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นางระนอง จรุงกิจกุล กล่าวว่า ตามที่ได้สั่งการให้ทุกอำเภอมีการติดตามเฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพาราของเกษตรกรในทุกพื้นที่ อย่างต่อเนื
นายประคอง อุสาห์มัน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร รักษาการเกษตรจังหวัดกระบี่กล่าวว่าโรคเหี่ยวสับปะรด หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า โรคเอ๋อที่มีแนวโน้มการระบาดสู่แหล่งปลูกสับปะรดทั่วประเทศ ปัจจุบันได้แพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่ปลูกสับปะรดของจังหวัดกระบี่แล้ว ทั้งนี้พื้นที่ปลูกสับปะรดในจังหวัดกระบี่มีประมาณ 7,000 ไร่ เกษตรกรนิยมปลูกเป็นพืชแซมในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ นอกจากสร้างรายได้ในระหว่างรอผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมันออกมาแล้วยังเป็นการควบคุมการเจริญเติบโตของวัชพืชทางอ้อมอีกด้วย สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่จึงขอแจ้งให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงสับปะรดและเฝ้าระวังการระบาดของโรคเหี่ยวสับปะรด เชื้อสาเหตุ : เชื้อไวรัส Pineapple Mealybug Wilt-associated Virus ลักษณะอาการ อาการแรกนั้นเกิดกับระบบรากก่อน โดยรากจะไม่มีการสร้างเซลล์ส่วนปลายราก ชะงักการเจริญเติบโต รากจะไม่ทำงานและเซลล์จะตาย ซึ่งต่อมาเนื้อเยื่อส่วนราก จะเน่า (Rotting) แล้วสับปะรดจะแสดงอาการให้เห็นทางส่วนปลายใบและตัวใบในเวลาต่อมา คือใบจะอ่อนนิ่ม มีเขียวอ่อน หรือสีเหลืองอ่อน ปลายใบแห้งเป็นสีน้ำตาลจนถึงสีแดงลามสู่โคนใบ ใบลู่
