เกษตรต่างประเทศ
“อนาคตยุคต่อไปของเกษตรโรงเรือนในอินเดีย สิ่งที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักคือ เรื่องต้นทุนกำไรต่อหน่วย การจัดการฟาร์มแบบมืออาชีพ และช่องทางการตลาดที่พึ่งพาได้” ในขณะที่การเกษตรแบบโรงเรือน (Protected Cultivation) กำลังขยายตัวไปทั่วอินเดีย รูปแบบธุรกิจใหม่ๆ กำลังเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่ค้างคามานาน ซึ่งเจ้าของที่ดินและนักลงทุนจำนวนมากมีความสนใจในการทำเกษตรแบบโรงเรือน แต่ยังขาดความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและขีดความสามารถในการบริหารจัดการฟาร์มที่มีเทคโนโลยีสูงด้วยตนเอง จากคำกล่าวของ Pritpal Singh ซีอีโอของ Farmcult โอกาสนี้ได้ผลักดันให้บริษัทวิวัฒนาการจากการเป็นผู้ปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงการแบบครบวงจร (Turnkey Projects) และการบริหารจัดการฟาร์ม “ผมเห็นศักยภาพมหาศาลในการเกษตรแบบควบคุมสภาพแวดล้อม เรากำลังอยู่ในโลกที่ทรัพยากรเริ่มขาดแคลนในขณะที่จำนวนประชากรยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เดิมที Farmcult เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทปลูกผักเมืองหนาวโดยใช้ระบบไฮโดรโปนิกส์ แต่ในไม่ช้าเราก็ตระหนักได้ว่า มีโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นในการนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับการ
กัวเตมาลา มีอากาศร้อนชื้นเหมือนภาคใต้ของไทย ผลผลิตการเกษตรของเขาจึงไม่ต่างจากไทยมากนัก อันที่ยืนพื้นของเขาคือ กาแฟ อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า อเมริกาใต้ นั้นขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ และกาแฟอเมริกาใต้ขายได้ราคาดีในตลาดโลก แต่กาแฟกัวเตมาลาไม่ยักขายได้ราคาเหมือนใครอื่น ราคาไม่ถึงครึ่งของกาแฟบราซิล เม็กซิโก อีกทั้งผลผลิตอื่นๆ นานาที่มีมาก ไม่ว่าจะ ข้าวโพด หรือผลไม้ที่เหมือนกับของไทย อย่าง ละมุด น้อยหน่า ทั้งน้อยหน่าธรรมดา และน้อยหน่าหนัง สะตอ ไปจนถึงถั่วกินทั้งฝัก หรือถั่วกินเมล็ดอีกหลายชนิด ล้วนขายไม่ค่อยได้ราคาเหมือนใครอื่นเขา เรียกว่าราคาครึ่งหนึ่งของผลผลิตที่ผลิตได้ในประเทศแถบนั้น หรือถ้าเทียบกับไทยก็ถูกกว่าสามเท่าตัว นอกจากนั้น ผลไม้ที่ผลิตในกัวเตมาลายังเป็นผลไม้เปลือกบาง เน่าเสียง่าย ยิ่งทำให้ราคาผันผวนเร็ว ไม่สามารถต่อรองราคาได้ดี อย่างมากก็เอามาดองขายกัน ซึ่งก็ไม่ค่อยได้ราคาอีก กัวเตมาลา ที่ฉันรู้จัก เป็นประเทศสวยงาม แต่ยากจน ยากจนเหลือกำลัง หนึ่งนั้นเพราะเป็นอาณานิคมมายาวนาน ซ้ำเข้าด้วยการปกครองโดยเผด็จการยาวนานอีก สภาพคนในกัวเตมาลานี่เหมือนฟิลิปปินส์ เพียงแต่ประเทศเล็กกว่ามาก ด้วยความยาก
