เกษตรปลอดสาร
“ไทบ้านฟาร์มเมอร์” ถือเป็นฉายาที่เกษตรกรคนเก่งท่านนี้ตั้งให้ตัวเอง ที่มาของคำแทนตัวเองว่าเป็นไทบ้านฟาร์มเมอร์ มาจากที่ตนเองเป็นคนต่างจังหวัด และมีวิถีชีวิตและหลักคิดในการทำเกษตรแบบบ้านๆ การสื่อสารกับผู้คนก็เป็นหลักคิดง่ายๆ เป็นกันเอง ชาวบ้านคนธรรมดาฟังแล้วรู้เรื่อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ (พี่กระต่าย) เกษตรกรผู้มากความสามารถ อยู่บ้านเลขที่ 751 หมู่ที่ 14 ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ เขาเรียนจบปริญญาตรีภายในเวลา 3 ปีครึ่ง และมีบริษัทเข้ามาจองตัวไปทำงานทันที ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คุณภาพ โรงงานน้ำตาลกาฬสินธุ์ แต่ชีวิตก็ไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะเป้าหมายในชีวิตคือการเป็นเกษตรกร แต่ด้วยเงินทุนที่มีจำกัด จึงจำเป็นต้องตั้งใจเรียนและวางแผนการศึกษาให้ดี จบให้เร็วและมีคุณภาพเพื่อให้ได้เข้าทำงานบริษัทที่มั่นคง พอที่จะหาเงินทุนมาทำตามความฝันได้ เส้นทางชีวิตเกษตรกรไทบ้าน ไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องทนแรงกดดัน และมีความมุ่งมั่นสูง พี่กระต่าย เล่าให้ฟังว่า ทำงานอยู่โรงงานน้ำตาล
ชุมชนบ้านสำโรง ต.ท่าสว่าง อ.เมืองสุรินทร์ เป็นอีกหนึ่งชุมชนตัวอย่างที่ “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ” (สสส.) ยกให้เป็น “ชุมชนน่าอยู่” เพราะสามารถแก้ไขปัญหามลพิษในชุมชนจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรได้อย่างแท้จริง ปัจจุบัน ชุมชนบ้านสำโรงมีประชาชนอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 183 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม แต่เดิมเกือบทุกหลังใช้สารเคมีมาช่วยในการเพาะปลูก มีค่าใช้จ่ายจากการซื้อสารเคมีมากถึงปีละ 89,975 บาท ในช่วงเย็นของทุกวันจะมีกลิ่นสารเคมีลอยคลุ้งทั่วหมู่บ้าน เรียกว่า เข้าขั้นวิกฤตในเรื่องการใช้สารเคมี จนในช่วงปี 2553-2555 ชาวบ้านชุมชนบ้านสำโรงเสียชีวิต 3 คน ซึ่งพบว่ามีสารเคมีสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก รวมถึงเคยถูกร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานถึงเรื่องการใช้สารเคมีรบกวนเพื่อนบ้านในพื้นที่ จนพืชผลของบ้านสำโรงเคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผักที่อันตราย “พีรวัศ คิดกล้า” ผู้ใหญ่บ้านสำโรง ได้คิดหาวิธีมากมายมาแก้ไขปัญหานี้ กระทั่งมีคุณหมอจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แนะนำโครงการของ สสส.ในการแก้ปัญหาของชุมชน โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องรวมตัวเป็นกลไกการทำงาน เรียกว่า “สภาผู้นำชุมชน” ที่มีต้นแบบมาจากหมู
