เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)
ในวันที่ราคามันสำปะหลังตกต่ำ หลายคนอาจหมดกำลังใจและเริ่มตั้งคำถามว่าการทำเกษตรยังไปต่อได้หรือไม่ แต่สำหรับ คุณบอมบ์–อภิสิทธิ์ มะพันธุ์ เกษตรกรรุ่นใหม่จากจังหวัดขอนแก่น กลับเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้และสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรทั่วประเทศ ผ่านช่องทาง TikTok ภายใต้ชื่อ Bom153 ที่ทุกวันนี้กลายเป็นพื้นที่แบ่งปันความรู้ เทคนิค และกำลังใจให้กับผู้ที่สนใจปลูกมันสำปะหลัง จากมรดกครอบครัวสู่เกษตรอัจฉริยะ เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังเกือบเท่าตัว คุณบอมบ์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อมาจากครอบครัว แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ คุณบอมบ์ไม่หยุดอยู่กับวิถีแบบเดิม หากแต่นำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำไร่มันสำปะหลังอย่างจริงจัง จากอดีตที่ผลผลิตอยู่เพียง 5-6 ตันต่อไร่ คุณบอมบ์สามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นได้ถึง 9 ตันต่อไร่ ด้วยการจัดการที่เป็นระบบ การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การเตรียมพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้วันนี้ราคามันสำปะหลังในตลาดจะไม่สูงนัก แต่คุณบอมบ์กลับไม่ยอมให้ตัวเลขเหล่านั้นมาหยุดความฝัน คุณบอมบ์มองว่าหากผลผลิตต่ำกว่า 4-5 ตันต
ในปี 2562 – 2563 ที่ผ่านมาสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช.) ได้เลือกประเด็น“การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)”มาทำการศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและผลักดันกลไกให้ดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้กล่าวถึงการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ว่าเป็นประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) สศช. ได้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะรวมถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเบื้องต้น เพื่อจัดทำข้อเสนอการขับเคลื่อนในระยะต่อไป และพบว่า การขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะในปัจจุบันมีประเด็นท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญดังนี้ 1) การกำหนดคำนิยามของคำว่า “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ยังไม่ชัดเจน โดยแต่ละหน่วยงานได้ให้คำจำกัดความหรือนิยามที่แตกต่างกันไป เช่น บางหน่วยงานนิยามว่าเกษตรอัจฉริยะหมายถึงเฉพาะการใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูก หรือนิยามไปที่ตั
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนาสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) ไปสู่การปฏิบัติ โดยมีแนวทางการดำเนินการที่สำคัญคือ ติดตามความก้าวหน้าและประเมินการทำงานของกลไก ที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนาสำคัญต่างๆ ในแผนพัฒนาฯ เพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาหรือผลักดันกลไกให้ดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างกัน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละพื้นที่และเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดไว้ในแผนฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยถึงแนวทางในการคัดเลือกประเด็นการพัฒนาสำคัญมาศึกษาวิเคราะห์และติดตามความก้าวหน้าและประเมินการทำงานของกลไกที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่ง สศช. กำหนดแนวทางหรือหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกประเด็นมาดำเนินการ ประกอบด้วย 1) เป็นประเด็นการพัฒนาที่มีความสำคัญและมีผลกระทบสูงต่อความสำเร็จของยุทธศาสตร์ประเทศ
