เกษตรแปรรูป
นายนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลสำเร็จการดำเนินงานของ วิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้บ้านห้วยทราย หมู่ที่ 3 ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกลุ่มต้นแบบในการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ และบริหารจัดการกลุ่มอย่างเป็นระบบ ดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด “อยู่ดี มีสุข ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และมีเงินออม” โดยในปี 2564 ได้รับรางวัลชมเชยการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ จากคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้บ้านห้วยทราย บริหารจัดการกลุ่มในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด มีเกษตรกรสมาชิก รวม 226 ราย เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยมี นายกิตติศักดิ์ นาคกุล เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบัน ทางกลุ่มมีกิจกรรมด้านการเกษตรและอื่นๆ ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวน 11 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โรงสีชุมชน โรงน้ำดื่มชุมชน กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มเลี้ยงผึ้ง กลุ่มเพาะเห็ด กลุ่มน้ำยางส
ที่บ้าน คุณวิโรจน์ ทิตา เลขที่ 3/2 หมู่ที่ 7 ตำบลสร้อยทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีอาชีพเกษตรกรรม ด้วยการปลูกข้าวกับพืชอื่น โดยมีเนื้อที่ทำเกษตรจำนวน 20 ไร่ แต่ในระยะหลังราคาผลผลิตเหล่านั้นตกต่ำ ขณะที่ตัวเขากำลังทำงานในโรงงานก็รู้สึกเบื่อหน่าย จึงตัดสินใจลาออกเพื่อมาช่วยงานเกษตรที่บ้าน อีกทั้งยังได้มีโอกาสอยู่กับภรรยาและลูก 2 คน ความเป็นคนรุ่นใหม่ทำให้คุณวิโรจน์มองว่าการทำเกษตรแบบผสมผสานเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้น จึงเริ่มหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พูดคุยกับเพื่อนหลายคนที่มีประสบการณ์ แล้วจึงค่อยๆ ลงมือด้วยการแบ่งพื้นที่ทำเกษตรออกเป็นสัดส่วน อย่างการทำนา ได้ปรับการปลูกข้าวจากปีละ 2 ครั้ง ให้เหลือเพียงครั้งเดียว ภายหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ น้ำที่ถูกปล่อยมาเพื่อใช้สำหรับการเกษตรจะมีน้อยลง ดังนั้น คุณวิโรจน์ปรับที่นาด้วยการปลูกพืชใช้น้ำน้อย อย่างตระกูลถั่วและผักอายุสั้น เพื่อเก็บไปขายตามตลาดชุมชน จากนั้นจะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไว้ขายด้วย พอเลิกปลูกผักชนิดต่างๆ ก็ไถกลบเพื่อหมักเป็นปุ๋ยพืชสดไว้รอการปลูกข้าวรอบต่อไป ส่วนพื้นที่ในบริเวณบ้านได้ปลูกพืชผักผลไม้หลายชนิด อย่างไผ่หวาน ไผ่ตงลืมแ
“อุตตม” วางโมเดลภาคอีสานปั้น “ฟู้ดวัลเลย์-เขตส่งเสริมไบโอชีวภาพ” หนุนตั้งนิคมใหม่ 3 จังหวัด “อุดรธานี หนองคาย มุกดาหาร” นำร่อง “เกษตรแปรรูป” พร้อมจูงใจนักลงทุน ปักธงอีสานใช้อุตสาหกรรมเป็นตัวกำหนดสิทธิประโยชน์การลงทุน นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามแผนการพัฒนาประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเป้าหมายการพัฒนา เพื่อให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมด้านการเกษตร ดังนั้น ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้จัดทำยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่โดยกำหนดให้ 1 จังหวัดของภาคอีสานจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอาหารในรูปแบบของ “ฟู้ดวัลเลย์” และอีก 1 จังหวัดจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพในรูปแบบของ “เขตส่งเสริมไบโอชีวภาพ” ขณะเดียวกันกำหนดให้อีก 3 จังหวัด คือ อุดรธานี หนองคาย มุกดาหาร จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม โดยให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่วางรูปแบบโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมให้ชัดเจน เช่น การแบ่งโซนเพื่อเช่าหรือขายสำหรับสร้างโรงงาน SMEs ลานประชารัฐให้เป็นพื้นที่กิจกรรมแสดงสินค้าท้องถิ่น ห้องปฏิบัติการด้านการ
เกษตรกร ผู้ปลูก ว่านหางจระเข้ จำนวน 20 ไร่ รายนี้ ที่อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี มีคุณลุงประยงค์ สุขสว่าง เป็นเจ้าของแต่ดั้งเดิม สวนแห่งนี้ เคยปลูกแตงกวา กล้วยหอม หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วฝักยาว แต่พืชเหล่านี้ ต้องลงทุนกับยาฆ่าแมลง และแรงงานมาก เลยหันมาปลูกว่านหางจระเข้ ที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย และขายได้แน่นอน ที่ว่าขาย ได้แน่นอน เพราะมีกลุ่มแม่บ้านมารับซื้อ ไปทำน้ำว่านหางจระเข้ วันละ 2,500 กก.ๆละ 4 บาท หรือมีรายได้ 1 หมื่นบาท ทุกวัน จะว่าไปแล้ว ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และไม่มีโรค เพียงแต่ต้องหมั่นแซะหน่อ เพื่อเป็นขยายพันธุ์ต่อ หรือขายเป็นต้นพันธุ์ไปก็ได้ นี่เป็นพืชอีกตัวที่น่าสนใจ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีตลาดรองรับที่แน่นอน สนใจ ติดต่อ คุณสุทธิพงศ์ สุขสว่าง โทร. 081-8215242 ที่มา : เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
