เกษตรไทย
ท่ามกลางความผันผวนของโลกในห้วงเวลาที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ แม้จะดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไกลจากประเทศไทยหลายพันกิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจกลับส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาคการเกษตรของไทยซึ่งเชื่อมโยงกับทั้งพลังงาน ปัจจัยการผลิต และการค้าโลก จึงไม่อาจหลีกพ้นจากแรงกดดันดังกล่าวได้อย่างแท้จริง นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สะท้อนภาพสถานการณ์ว่า แม้สงครามจะเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเป็น “ผลกระทบระดับโลก” โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกันทั่วโลก รวมถึงก๊าซแอลพีจีและพลังงานรูปแบบอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนสำคัญในทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เมื่อพลังงานมีราคาแพงขึ้น สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ต้นทุนการขนส่ง” ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เส้นทางขนส่งสำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซเผชิญกับความไม่แน่นอน ทำให้ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์นี้ไม่ได้กระทบเพียงการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลโ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA เปิด 14 นวัตกรรมวิจัยจากแล็บสู่ไร่ ตอบโจทย์เกษตรมูลค่าสูง สู่ความยั่งยืน ใช้ได้จริง…ภายใต้กิจกรรม “ARDA Mini Press @ KU” พร้อมขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับ “เกษตรอัจฉริยะ–เกษตรเพิ่มมูลค่า–เกษตรยั่งยืน” โดยเน้นการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ผ่านการใช้งานวิจัยและนวัตกรรมจริงในภาคเกษตร พร้อมประกาศความร่วมมือกับภาควิชาการในการเร่งยกระดับผลผลิตเกษตรปลอดภัย สร้างมูลค่าเพิ่ม รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ภายใต้แนวทาง BCG Economy ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ARDA ให้ความสำคัญกับการพัฒนางานวิจัยไทยให้ก้าวข้ามจากการสร้างองค์ความรู้ให้สู่การเป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” ที่ช่วยให้เกษตรกรรับมือการแข่งขัน และมาตรการกีดกันทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขานรับนโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการสร้างงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่เกษตรกรได้จริง เช่น การพัฒนาสายพันธุ์พืช เกษตรแม่นยำ นวัตกรรมแปรรูปเพิ่มมูลค่า รวมถึงการร
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้จัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี (AKFTA) และความร่วมมือด้านการเกษตรในภาพรวม โดยเฉพาะความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ซึ่งถือเป็นประเด็นทางเทคนิคที่สำคัญสำหรับการค้าสินค้าเกษตร จึงต้องมีการหารือจัดทำความตกลงด้าน SPS เพื่อสร้างข้อตกลงทวิภาคีที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นความสำคัญ และสร้างผลประโยชน์ระหว่าง 2 ฝ่ายได้อย่างสูงสุด โดยเฉพาะในมิติของความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการเกษตร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเกาหลี และใบรับรองสุขอนามัยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ในปี 2566 การค้าสินค้าเกษตร และประมง ระหว่างไทย-เกาหลี มีมูลค่ารวมกว่า 57,509 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปยังเกาหลีมูลค่า 42,238 ล้านบาท และนำเข้าสินค้าจากเกาหลีมูลค่า 15,271 ล้านบาท ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ากับเกาหลีเป็นมูลค่ากว่า 26,967 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปของไทยในตลาดเกาหลีที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของไทยในการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เป็นที่
ตามสถิติของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานว่า ในปี พ.ศ. 2561 จีดีพี (GDP : GROSS Domestic Product) หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ มีมูลค่า 15 ล้านล้านบาท ส่วนในภาคเกษตรกรรมเพียง 7 แสนล้านบาท เท่านั้น ซึ่งในทางตรงข้ามเมื่อมองมาที่แรงงานภาคการเกษตรกลับมีจำนวนมากถึง 1 ใน 3 ของแรงงานทั้งหมดของประเทศ หรือจำนวน 12.4 ล้านคน ข้อมูลที่ผมนำมาเสนอนี้ ภาครัฐจะต้องใส่ใจอย่างจริงจัง เพื่อนำไปใช้วางแผนการพัฒนาการเกษตรไทยในอนาคต ขณะเดียวกันยังสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ ขอขอบคุณ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เขตจตุจักร รายงานว่า ปี พ.ศ. 2561 สถานการณ์การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง มีรายละเอียดดังนี้ ข้าว มีเกษตรกรประกอบอาชีพการทำนา 3.7 ล้านครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 67 ล้านไร่ ผลผลิตรวมทั้งฤดูนาปีและนาปรัง 31 ล้านตันข้าวเปลือก ผลผลิตเฉลี่ย 446 กิโลกรัม ต่อไร่ ปริมาณการส่งออก 10 ล้านตันข้าวสาร มูลค่าส่งออก 1.5 แสนล้านบาท และใช้บริโภคภายในประเทศ 11 ล้านตันข้าวสาร ข้าวเป็นพืชที่อ่อนไหว
สถานการณ์เกษตรไทยในรอบปี เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมอยากทราบข้อมูลการผลิตและการส่งออกของสินค้าเกษตรบ้านเราในภาพรวม ทั้งพืชเศรษฐกิจ การปศุสัตว์ และประมง ว่ามีความเป็นไปอย่างไร ที่ผ่านมาเห็นแต่รายงานสินค้าเกษตรบางชนิดเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีปัญหาทั้งนั้น ผมคิดว่าข้อมูลภาพรวม นอกจากจะเป็นประโยชน์กับผมแล้ว ยังเผื่อแผ่ไปถึงผู้บริหารบ้านเมืองและของตัวเกษตรกรเอง ดังนั้น ผมจึงขอรบกวนคุณหมอเกษตร กรุณาหาข้อมูลดังกล่าวให้ทราบด้วย ผมขอขอบคุณมาเป็นการล่วงหน้า ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุวัฒน์ ชัยศิริธรรม นนทบุรี ตอบ คุณสุวัฒน์ ชัยศิริธรรม คำถามของคุณเป็นคำถามที่ดีมาก ข้อมูลต่อไปนี้ ผมรวบรวมมาจากรายงานประจำปี ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมถือโอกาสขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอข้ามไปที่ญี่ปุ่นก่อนครับ ผมชอบใจที่เขาสรุปว่า ญี่ปุ่นเองผลิตอาหารได้เองเพียง 45 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อีก 55 เปอร์เซ็นต์ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้น เขาจึงมีแผนการผลิตและการนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างเป็นระบบอย่างน่าชื่นชม กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อครับ ผมจะนำสินค้าเกษตรที่สำคัญที่เราผลิตได้ การ
“สมคิด” มองเศรษฐกิจสัญญาณดี พบภาคเกี่ยวข้องกับการเกษตรมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข เนื่องจากมีสัดส่วนส่งออกน้อย แนะกระทรวงอุตฯจับมือเอกชนยกระดับการผลิตเพิ่มมูลค่าสินค้า มุ่งสู่ไบโออีโคโนมี เร่งบีโอไอดึงดูดนักลงทุน หนุนสร้างคลัสเตอร์ภาคบริการ ผุดเครือข่ายสตาร์ตอัพ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Thailand Industry Expo 2017 ว่า ภาครวมเศรษฐกิจปีนี้สัญญาณดีภาคการส่งออกที่ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2560 เติบโตเฉลี่ย 10% โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน เติบโต 11.7% มูลค่าประมาณ 690,000 ล้านบาท แต่ก็พบว่าภาคที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรยังมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข เนื่องจากมีสัดส่วนส่งออกที่น้อยเพียง 9% มีสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว ยางพารา น้ำตาล และผลไม้ โดยมีประชากรที่อยู่ในภาคการเกษตรสูงถึง 20-30 ล้านคน ซึ่งยังไม่สามารถยกระดับการผลิตให้มีมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบของประชารัฐ เข้ามาสนับสนุนเพื่อมุ่งสู่ไบโออีโคโนมี พร้อมให้สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เร่งสนับสนุนดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร
ประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตมรสุม มีอากาศร้อนชื้น ฝนตกชุกในฤดูฝน จึงเหมาะสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ระหว่างปี พ.ศ. 2554-2558 มีอัตราเพิ่มขึ้นจาก 8.3 ล้านล้านบาท เป็น 9.5 ล้านล้านบาท ก็ตาม แต่เมื่อมองลึกลงไปในภาคการเกษตร จีดีพี กลับลดลงที่ระดับ 6.2 แสนล้านบาท เนื่องมาจากมีปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรโดยรวม เริ่มจาก ข้าว พืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ในแต่ละปีส่งออกนำเงินตราเข้าประเทศ มีมูลค่า 1.5-1.7 แสนล้านบาท จากปริมาณการผลิต 21-22 ล้านตันข้าวสาร ในจำนวนนี้ใช้บริโภคภายในประเทศ 9.8 ล้านตัน และส่งออกอีก จำนวน 10.0 ล้านตัน ในรอบปีที่ผ่านมาประเทศคู่ค้าของไทยผลิตข้าวได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ก็ตาม และขณะเดียวกันประเทศเวียดนาม พม่า และอินเดีย มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทย สามารถส่งออกได้ราคาถูกกว่า ตันละ 900-1,000 บาท ทำให้ประเทศคู่ค้าหันไปซื้อข้าวที่มีราคาถูกกว่า ข้าวไทยจึงเกิดปัญหาในเรื่องราคา ยางพารา ไทยเคยส่งออก 3 ล้านตัน แต่ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ จีนก็มีปัญหาคล้ายคลึงกัน ส่วนญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวจากผลของสึนามิถล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช องค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักโดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยยากของพระองค์เอง อันเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า สิ่งแวดล้อม และพลังงาน เพื่อประโยชน์ของภาคการเกษตรไทยซึ่งเป็นอาชีพหลักของพสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ในอดีต มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2477 ถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีรากฐานทางการเกษตรที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสนองงานด้านต่างๆ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมายังแม่โจ้ และได้สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการหลวง และโครงการในพระองค์อีกหลายโครงการ โดยเฉพาะด้านการเกษตร สืบเนื่องเรื่อยมาดังนี้ เสด็จพระราชดำเนินมาแม่โจ้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ได้เริ่มก่อตั้งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปีพุทธศักราช 2504 ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ โดยอาศัยรูปแบบของ FFA จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผสมผสานกับ FFP ของประเทศฟิลิปปินส์ และได้เจริญรุดหน้าเป
