เกษตร 4.0
สยามคูโบต้า สร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ของคูโบต้าในอาเซียน ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา รวบรวมองค์ความรู้ทั้งส่วนอาคารนิทรรศการและ 9 โซนสร้างประสบการณ์จริง นำเสนอนวัตกรรมเกษตรครบวงจรให้ทุกคนได้เข้าถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและภาคเกษตรกรรมให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า คูโบต้าฟาร์ม มีจุดเริ่มต้นจากการที่สยามคูโบต้าได้คำนึงถึงการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสําคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาประเทศ ในปี พ.ศ. 2561 สยามคูโบต้าจึงได้ต่อยอดแนวคิด KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS เกษตรครบวงจรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคูโบต้า พัฒนาพื้นที่ 220 ไร่ ณ ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ให้กลายเป็น “คูโบต้าฟาร์ม” โดยมุ่งหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่คำนึงถึงความต้องการของเกษตรกรเป็นหลัก เสมือนจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการนวัตกรรมเกษตรทั้งเทคนิคด้านการเกษตร (A
กรณีปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ 2554 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ปริมาณการใช้ยางลดลง สวนทางกับไทยที่มีผลผลิตยางเพิ่มขึ้น จากการส่งเสริมให้ปลูกยางพาราในอดีต พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวผ่าน รายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ว่า เกษตรกรไทยปลูกยางเป็น “พืชเชิงเดี่ยว” เป็นส่วนมาก เมื่อเจอปัญหาราคายางผันผวน จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนอย่างรุนแรง แนวทางการแก้ไขยางพาราอย่างยั่งยืน คือ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก “พืชทางเลือก” เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ปลูกพืชเชิงซ้อนอื่นๆ หรือทำประมง ฯลฯ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มควบคู่กับการปลูกยาง เช่นเดียวกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลกำกับด้านการปลูกยางพาราโดยตรง ได้ถ่ายทอดแนวคิดเชิงนโยบายของรัฐบาล สู่ภาคปฏิบัติ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ เปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว มาทำ “เกษตรผสมผสาน” ตามศาสตร์พระราชา เพื่อก้าวไปสู่เกษตร 4.0. ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์รัฐบาล เลี้ยงปลาในสวนยาง “การเลี
กระทรวงเกษตรฯ วางแนวทางรองรับพัฒนาเกษตรกรทุกระดับ ปูรากฐานการผลิตควบคู่การพัฒนาคนแบบระยะยาว เน้นนำวิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่และการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ มั่นใจ เกษตรกรรายย่อยสามารถก้าวสู่เกษตรกร 4.0 ได้แน่ และมีภูมิคุ้มกัน สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรของประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นเกษตรกรรายย่อย และมีระดับการพัฒนาที่หลากหลาย ทำให้การพัฒนาและยกระดับภาคการเกษตรต้องอาศัยการกำหนดนโยบายและแผนที่สอดคล้องกับลักษณะของเกษตรกรแต่ละกลุ่ม ข้อจำกัดดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้กำหนดแนวทางรองรับการพัฒนาเกษตรกร โดยกลุ่มเกษตรกรขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีความก้าวหน้าในการทำการเกษตร มีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อยอดสู่เกษตร 4.0 ได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลผลการศึกษาของสถาบันการศึกษาหลายสถาบันเห็นพ้องต้องกันว่า เกษตรรายย่อยซึ่งยังมีจำนวนอยู่มาก ยังไม่สามารถก้าวข้ามเกษตร 2.0 ไปได้ จำเป็นต้องมีแนวทางและนโยบายในการพัฒนาเฉพาะ เช่น การสนับสนุนการรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็ง ศูนย์เรียน
สศก. แจงทิศทางอาชีพเกษตรกรมีแนวโน้มได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น เผย มี Smart Farmer ทั่วประเทศ รวมกว่า 9 แสน 8 หมื่นราย และกลุ่ม Young Smart Farmer อีกกว่า 5 พันราย พร้อมเปิดผลศึกษาวิเคราะห์แก้ปัญหาแรงงานเกษตร แนะเทคโนโลยีและนวัตกรรมคือสิ่งสำคัญ พร้อมสร้างความตระหนักรู้ ความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตร นางสาวราตรี เม่นประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่เกษตรกร 4.0 ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยแรงงานที่มีทักษะ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทดแทนแรงงานคน การรวมกลุ่ม การบริหารจัดการทรัพยากร/ปัจจัยการผลิต และการบริหารจัดการด้านการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตรปีเพาะปลูก 58/59 พบว่ามีจำนวนครัวเรือนเกษตร 5.9 ล้านครัวเรือน มีสมาชิกเฉลี่ยครัวเรือนละ 4.04 คน ขนาดแรงงาน 2.88 คนต่อครัวเรือน อายุเฉลี่ยของแรงงานภาคเกษตร คือ 56 ปี และมีผู้สูงอายุสูง (อายุ 65 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 12.48 ของประชากรภาคเกษตรทั้งหมด ผลกระ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงาน ศพก. เดินหน้าเต็มกำลังพัฒนาศักยภาพ ศกอ. 882 คน รวม 5 รุ่นทั่วประเทศ เน้นเสริมองค์ความรู้ด้วยเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองกับ แอปพลิเคชั่น OAE RCMO หรือ กระดานเศรษฐี เกษตรกรมีโอกาส มั่นใจ ภาคเกษตรไทย สู่ 4.0 เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้แต่งตั้งเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จำนวน 882 ราย ใน 882 อำเภอ เพื่อร่วมปฏิบัติงานสนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สศก. จึงได้จัดอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ทางด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญให้แก่ ศกอ.ในปี 2559 เพื่อนำความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดและให้บริการใน ศพก. และเกษตรกร ในชุมชน สำหรับปี 2560 สศก. ได้สานต่อโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพของ ศกอ. ยกระดับการปฏิบัติงานของ ศกอ. ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบฐานข้อมูลควา
