เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
“ปัจจุบันปลูกพืชผักสวนครัว ทำไร่นาสวนผสม หลังจากต้องอพยพย้ายพื้นที่อยู่อาศัยและทำกิน เนื่องจากเป็นพื้นที่เก็บกักน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ทำกินเดิมอยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก ทางการจัดสรรพื้นที่ใหม่ให้ที่บ้านเนินศิลา หมู่ที่ 7 ต.ชัยบาดาลอ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี บนพื้นที่ 3 ไร่ โดยปลูกพืชผสมผสานทั้งไม้ผลพืชผัก เช่น กล้วย มะนาว ฝรั่ง พริก มะเขือ ถั่วพู ถั่วฝักยาว บวบกะเพรา มะละกอ เก็บผลผลิตขายมีรายได้วันละประมาณ 700 บาท นับว่าเพียงพอในการเลี้ยงครอบครัว” นายพรเทพ ใหญ่ยิ่ง เกษตรกรบ้านเนินศิลา หนึ่งในผู้ที่เสียสละพื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่เอื้อประโยชน์ต่อส่วนรวมในวงกว้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีพื้นที่เก็บกักน้ำที่กว้างยาว และลึกที่สุดในประเทศไทย เกิดขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในลุ่มแม่น้ำป่าสัก และลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2537 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2541 และได้พระราชทานนามเขื่อนว่า “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” อันหมายถึง “เขื่อนแม่น้
สทนช. ปูฐานความพร้อมก่อนตั้งไข่โครงการเจาะอุโมงค์ผันน้ำเขื่อนป่าสักฯ -ลำตะคอง หวังแก้วิกฤติการขาดแคลนน้ำ โคราชระยะยาว เร่งคลอดผลการศึกษาความเหมาะสมและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทุกมิติ หวังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นบรรทัดฐานก่อนเริ่มแผนงานก่อสร้าง ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ณ กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 2 กรมการสัตว์ทหารบก ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดปลายอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไปยังเขื่อนลำตะคองและเป็นพื้นที่จัดการวัสดุขุดจากอุโมงค์ว่า รัฐบาลมีความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เพิ่มขึ้น แต่ต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติอย่างรอบด้านก่อนเริ่มการก่อสร้างโครงการ เช่นเดียวกับโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคองซึ่งเป็นการผันน้ำจากลุ่มน้ำข้างเคียง (ลุ่มน้ำป่าสัก) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในระยะยาวในจังหวัดนครราชสีมา คาดว่าจะมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นจาก 33
