เขื่อนลำปาว
“มีน้ำ มีอาชีพ” ต่อยอดชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน “คิดดีแล้วเหรอ” “จะเลี้ยงกุ้งตรงนี้ น้ำก็ไม่มี จะไปรอดเหรอ” นี่คือคำถามที่ คุณสว่าง บุญมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 บ้านโนนสะอาด ตำบลลำปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดนชุมชนตั้งข้อสงสัยถึงความคิดที่จะลองเลี้ยงกุ้งก้ามกราม แม้พื้นที่จะอยู่ไม่ไกลจากเขื่อนลำปาว แต่ก็ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ “แต่ก่อนทำแต่นา จะทำอย่างอื่นก็ไม่ได้ ต้องรอฟ้ารอฝนอย่างเดียว ตรงนี้อยู่ติดเขื่อนลำปาวก็จริง แต่มันสูง ถ้าจะใช้น้ำก็ต้องสูบขึ้นมา มันไม่คุ้ม” จนในปี 2564 ตำบลหนองสอ ได้รับงบจากโครงการฝ่าวิกฤตด้วยเศรษฐกิจและสังคมฐานรากให้พัฒนาก้าวไปตามแนวพระราชดำริ เพื่อซ่อมแซมแหล่งน้ำชุมชน โดยสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับ จังหวัดกาฬสินธุ์ และหน่วยงานในพื้นที่ ได้เข้ามาเสริมเรื่องการส่งน้ำระบบท่อไปยังพื้นที่การเกษตร โดยใช้ท่อขนาด 12 นิ้ว ความยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร ส่งน้ำเพื่อไปเก็บกักยังอ่างเก็บน้ำทำนบซุง และระหว่างทางส่งน้ำก็สามารถกระจายน้ำไปยังพื้นที่ของเกษตรกรด้วย เมื่อมีน้ำแล้ว ผู้ใหญ่สว่างจึงมีความคิดอยากจะลองเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเพื่อเป
เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ หันหลังให้กับอาชีพปลูกมันสำปะหลังที่ราคาตกต่ำ ประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซาก รวมตัวจัดตั้งสหกรณ์เลี้ยงปลาด้วยเงินทุนเพียง 30,000 บาท มีรายได้เดือนละ 25,000-40,000 บาท ครบ 1 ปี มีเงินหมุนเวียน 14,000,000 ล้านบาท ชาวบ้านชุมชนรอบอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนลำปาวนั้นส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเลี้ยงปลานิลในกระชังเป็นสินค้าส่งออกตลอดปี โดยเลี้ยงกันมากในเขต ต.ภูดิน อ.เมืองกาฬสินธุ์ และ ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก ทั้งในรูปแบบเอกชน และดำเนินการในรูปแบบสหกรณ์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มเกษตรกรที่เคยทำนาและปลูกมันสำปะหลังจำนวนหนึ่ง หันมาจัดตั้งสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลากระชังประสบความสำเร็จ โดยลงทุนครั้งแรกเพียง 30,000 บาทเท่านั้น นายราชิตร์ แก่นทอง อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 104 หมู่ 9 ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังเขื่อนลำปาว จำกัด กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการรวมตัวจัดตั้งเป็นสหกรณ์ฯ นั้น ตนและสมาชิกฯ เคยทำนาและไร่มันสำปะหลังเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงปลากระชังเป็นอาชีพเสริม แต่เนื่องจากภาวะฝนแล้ง ผลผลิตตกต่ำ ราคาไม่แน่นอนประสบปัญหาขาดทุนทุกปี จึงหันมาเลี้ยงปลากระชังเ
วันที่ 6 เมษายน 2560 ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว (เขื่อนลำปาว) นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เป็นประธานประชุมผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในเขื่อนลำปาว เพื่อชี้แจงการประกาศปิดน้ำฤดูแล้งประจำปี 2560 โดยมีนายอำพล จินดาวงศ์ ประมง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์น้ำ ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและผู้เลี้ยงปลากระชัง ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นายฤาชัย กล่าวว่า เขื่อนลำปาวมีความจุอ่าง 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำประมาณ 614.40 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 31.03 % ขณะที่ห้วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วมีปริมาณ 444.35 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 22.44 % อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของโครงการฯ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้ใช้น้ำ ทั้งในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ที่กุ้งก้ามกราม และปลากระชัง รวมทั้งการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง โดยเขื่อนลำปาวมีพื้นที่บริการในเขตชลประทานทั้งหมด 306,963 ไร่ ข้าว 263,378 ไร่ บ่อกุ้ง 2,922 ไร่ บ่อปลา 1,577 ไร่ พืชผัก 1,096 ไร่ และที่เหลือเป็นพื้นที่การเกษตรอื่น ๆ โครงการส่งน้ำ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับฤดูแล้ง 2559/2560 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวได้บริหารจัดการน้ำในระบบการมีส่วนร่วมโดยคณะกรรมการจัดการจีเอ็มซี และในการประชุมก็ได้มีมติว่าจะเริ่มส่งน้ำวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ซึ่งที่ผ่านมาทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวได้ส่งน้ำเพื่อการเกษตรมาแล้วตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2559 โดยส่งน้ำผ่านคลองสายใหญ่ฝั่งขวา และผ่านคลองสายใหญ่ฝั่งซ้ายรวมแล้ว 162.69 ล้าน ลบ.ม. และปัจจุบันยังคงส่งน้ำให้กับเกษตรกรและรักษาระบบนิเวศเฉลี่ยวันละ 4.26 ล้าน ลบ.ม.และจะหยุดส่งน้ำในวันที่ 30 เมษายน 2560 นายฤาชัย กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาวปัจจุบันมีอยู่ 883.60 ล้าน ลบ.ม.จากความจุระดับกักเก็บ 1,980 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 44.63 % โดยมีน้ำใช้การได้ประมาณ 700 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจากการประเมินและติดตามสถานการณ์การใช้น้ำแล้ว ปริมาณน้ำของเขื่อนลำปาวจะมีเพียงพอในการอุปโภค บริโภค ซึ่งทางคณะกรรมการได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 รองมาคือการรักษาระบบนิเวศ และน้ำเตรียมไว้เพื่อทำการเกษตร อ
