เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี)
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) เดินหน้าฟื้นฟูป่าและสภาพแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพ ในพื้นที่ภาคเหนือ 4 ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและชุมชนกว่า 50 หน่วยงาน โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 928,851 ต้น ใน 7,947 ไร่ อีกทั้ง ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือ LESS ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียว ในการกักเก็บคาร์บอน รวม 10,688.153 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า (tCO2eq) นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ในปี ค.ศ. 2050 เพื่อลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี และนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมมอบหนังสืออนุญาต ให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1,2 ตามมติคณะรัฐมนตรี ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เนื้อที่รวมประมาณ 356,814 ไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และช่วยทำให้เกษตรกรและชุมชนสามารถอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามกฎหมาย มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ มีการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทำให้ชุมชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถอยู่ร่วมกันกับป่าได้อย่างยั่งยืน ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและชุมชน อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า มูลนิธิฮักเมืองแจ่ม สถาบันอ้อผะหญา (องค์กรสาธารณประโยชน์) ศูนย์สารสนเทศเพื่อการจัดการทรัพยาก
