เครื่องจักสาน
บ้านแพะต้นยางงาม หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่มีประชากรเป็นชนเผ่าไตลื้อ กลุ่มไตลื้อที่กระจายตัวกันอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เช่น ที่อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และที่อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน คุณเกษม ปัญโญใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ชาวไตลื้อได้อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนา บางกลุ่มได้หยุดก่อสร้างเป็นหมู่บ้านแต่ละพื้นที่ที่มีความเหมาะสม แต่กลุ่มชาวบ้านแพะได้เดินทางต่อจนถึงเขตพื้นที่อำเภอบ้านธิ เนื่องจากเป็นแหล่งพื้นที่ที่เหมาะสม มีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นพื้นที่ดอนและมีพื้นที่ราบสำหรับปลูกข้าวใช้บริโภคในครัวเรือน ด้วยความที่เป็นกลุ่มที่รักความสงบ ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย ด้วยวิถีชีวิตพอเพียง จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ในปี 2558 และด้วยการดำรงชีวิตของชาวไตลื้อที่อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี มีสิ่งดีๆ ในหมู่บ้านหลายสิ่งหลายอย่าง จึงได้รับการคัดเลือกจากกรมการพัฒนาชุมชน ให้เป็นหมู่บ้านโอท็อปนวัตวิถี กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี ตาม
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจักสานต้นคลุ้มบ้านวังตง จัดตั้งเมื่อ วันที่ 29 สิงหาคม 2555 สมาชิกเริ่มจัดตั้งมี 90 คน สมาชิกปัจจุบัน 65 คน (เฉลี่ยอายุ 45 ปี) ประธานกลุ่ม นางสาวอรุณี เกาะกลาง อายุ 43 ปี ที่ทําการกลุ่ม เลขที่ 3 หมู่ที่ 4ตําบลนาทอน อําเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพทําสวนยางพารา เมื่อปี พ.ศ. 2555 ราคายางพาราตกต่ำ ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกชุกตลอดปี ไม่สามารถกรีดยางได้ทุกวัน ทําให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงได้รวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน เพื่อให้สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข มีอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยการทํากิจกรรมจักสานต้นคลุ้ม เนื่องจากต้นคลุ้มเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นซึ่งพบมากในสวนยางพารา ประกอบกับมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และสมาชิกในครอบครัวสามารถทําได้ทุกคน เมื่อยามว่างจากงานในสวนไร่นา งานประจํา หรือหลังจากเลิกเรียน (ฝาชี 1 ใบ สร้างงานได้ 5 คน) และจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจักสานต้นคลุ้มบ้านวังตง” ปัจจุบัน กิจกรรมจักสานต้
ย่านลิเภา หรือ หญ้าลิเภา ที่เคยรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ และไม่เคยเห็นประโยชน์ของมันเลย นอกจากมองเห็นมันเป็นแค่วัชพืชที่ขึ้นรกเรื้อตามสวนยางและสวนผลไม้ ที่ต้องฟันทิ้ง ตอนที่เป็นเด็กๆ ก็เคยเอามาทำเป็นเชือกผูกไม้จ่อวาด ก็คือว่า ตัดไม้ไผ่ลำเล็กๆ เรียวๆ มา แล้วใช้ก้านมะพร้าวที่ชุบยางไม้มาผูกติดกับปลายยอดของลำไม้ไผ่แล้วผูกด้วยย่านลิเภา ผู้ใหญ่ก็มามัดผูกทำไม้กวาดแข็งแรงและทนทานดีนักแล ประโยชน์ของย่านลิเภาเท่าที่เคยรู้ตอนสมัยเด็กๆ ก็มีเท่านี้ เพิ่งได้รู้ถึงคุณประโยชน์ของย่านลิเภาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เองว่า ย่านลิเภาที่เคยเอามาเล่นในสมัยเด็กๆ นั้น บัดนี้ได้สร้างรายได้ให้กับผู้คนได้มากมาย ด้วยทำเป็นเครื่องจักสาน ที่ดูดีสวยงามและมีคุณค่า ทั้งยังเป็นยาสมุนไพรได้อีกด้วย ย่านลิเภา เขาว่ากันว่า เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามแต่ในแต่ละท้องถิ่น บ้างเรียกตีนมังกร ตีนตะขาบ กระฉอด กระฉอก ตะเภาขึ้นหน ลิเภาใหญ่ กูดก้อง กูดเครือ กูดงอดแงด กูดแพะ กูดย่อง ก็เรียกต่างๆ กันไป แต่ชื่อที่บางท้องถิ่นเรียก ทำให้ตะขิดตะขวงในความรู้สึกนี่สิ แต่ก็นะ ภาษาใครภาษามัน ท้องถิ่นใครก็ภาษาของท้องถิ่นนั้น ซึ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ ภายใต้การดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ และกิจกรรมอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและศึกษาดูงานเทคโนโลยีการผลิตและการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา ผ้าพื้นเมืองและหัตถกรรมจักสานด้วยนวัตกรรมวัสดุ เพื่อให้วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรและผู้ประกอบการโอทอปได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองตลาดและความต้องการของนักท่องเที่ยว ในระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีผู้สนใจเข้ากิจกรรมกว่า 100 คน จากพื้นที่ 18 อำเภอ โดยได้รับเกียรติจาก นายประจักษ์ จอมทรักษ์ พัฒนาการจังหวัด เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการอบรมดังกล่าว
เครื่องจักสาน ไม่เพียงเป็นภูมิปัญญาอันล้ำค่าของไทยเท่านั้น แต่ยังภูมิปัญญาร่วมของเหล่าชาวอาเซียน ที่ร่วมกันถ่ายทอดออกแบบสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จึงได้จัดนิทรรศการเครื่องจักสานนักออกแบบอาเซียน การันตีด้วยรางวัล ASEAN Selections 2017 โดย 9 ศิลปิน กว่า 50 ชิ้นงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าด้านการจักสาน เช่น “Mexweel Ak Janlita” (บรูไน) ผลงาน “TB’s BAG / BASKET” ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก การใช้สีดำและสีขาวควบคู่กันบนสิ่งของ เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความหวังที่ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ถูกเลือกใช้ไปตลอดกาล “Em Riem” (กัมพูชา) ผลงาน “Jungle” ผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกความเป็นมืออาชีพในด้านการ เป็นนักออกแบบและนักประติมากร ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างการออกแบบเพื่อเป็นวัตถุตกแต่งสำหรับโครงสร้าง ของพื้นที่ได้อย่างสวยงามและศิลปะอันบริสุทธิ์เปรียบเสมือนรูปปั้น โดยผลงานได้แรงบันดาลใจจากความ รู้สึกกลมเกลียวเป็นหนึ่งของมนุษย์ นำเสนอเป็นภาพหน้าอกของมนุษย์ สานขัดด้วยหวาย และเกลียววงกลมมากมายเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติ “Phouvieng Saisnith”
