เครื่องตัดหญ้า
ใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์ ตัดง่าย ไม่เปลืองน้ำมัน ภูมิหลังของ ใบมีดตัดหญ้ามหัศจรรย์ นี้ เกิดจากนายวุฒิพงศ์ (น้าหลุยส์) ตางจงราช ผู้คิดประดิษฐ์มีอาชีพรับจ้างตัดหญ้าโดยตรงทำให้รู้ว่าการตัดหญ้าด้วย เครื่องตัดหญ้า นั้นจะต้องประสบกับปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ใบมีดตัดหญ้าตามท้องตลาดทั่วไปจะตัดหญ้าได้ช้ามาก หญ้าหนาๆ ก็ตัดไม่ได้หรือตัดได้ช้ามากทำให้เปลืองน้ำมันและเสียเวลาทำงานมาก ทำให้การทำงานตัดหญ้าจะเหนื่อยมาก ในขณะทำงานตัดหญ้ามักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ จากการที่ ใบมีดตัดหญ้า หมุนไปปะทะของแข็ง เช่น แท่งคอนกรีต ทำให้ใบมีดแตกหัก หรือน็อตยึดใบมีดขาดใบมีดหลุดกระเด็นออกอย่างรุนแรง เกิดอันตรายร้ายแรงมาก 7 พืชควรปลูกรอบบ้าน ได้ทั้งไว้กินเอง และสร้างรายได้ จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ น้าหลุยส์ ต้องคิดหาวิธีแก้ไขอยู่ตลอดเวลาโดยขณะที่ทำงานรับจ้างตัดหญ้าอยู่ ได้สังเกตดูความหลากหลายของชนิดต้นหญ้าต่างๆ และดูการทำงานของใบมีดตัดหญ้าทั่วไปและแม้แต่ใบมีดที่นำเข้ามาจากต่างประเทศที่ว่าดีเลิศก็ได้ซื้อมาทดลองใช้ดูแล้วเช่นกัน ผลปรากฏว่าไม่ว่าใบมีดแบบใดๆ ก็ตามก็จะประสบปัญหาในการใช้งานเหมือนๆ กันดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จน
ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีไฟฟ้าที่จะเอื้ออำนวยต่อการสูบน้ำในการเพาะปลูกพืช จึงมักทำการเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน และบ่อยครั้งต้องประสบปัญหาพืชขาดน้ำ และบางรายเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า เพราะไม่สามารถจัดหาน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชได้ แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งที่ใช้ภูมิปัญญาดัดแปลงเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายให้เป็นเครื่องสูบน้ำปลูกพืชผัก ทำรายได้ในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น คุณวิไล นาลา อยู่บ้านเลขที่ 356 หมู่ที่ 9 บ้านนาดี ตำบลกุดธาตุ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น คุณวิไล-คุณพรรณี นาลา สองสามีภรรยา ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพทำนา ในฤดูฝนทำนาปี ส่วนฤดูแล้งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ปลูกพืชผักอายุสั้นหลายชนิด เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว แตงร้าน แตงกวา แตงไทย แตงโม ถั่วฝักยาว เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ย้ายไปปลูกแปลงใหม่ต่อไปเรื่อย เป็นการนำปุ๋ยไปใส่นาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัว วันละ 200-300 บาท โดยสูบน้ำจากสระน้ำที่ขุดไว้ จำนวน 2 บ่อ แต่เนื่องจากที่นาของตนเองไม่มีระบบชลประทาน ไม่มีไฟฟ้า แต่จำเป็นต้องใช้น้ำ จึงคิดหาวิธีทุ่นแรงในการรดน้ำแทนการ
ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีไฟฟ้าที่จะเอื้ออำนวยต่อการสูบน้ำในการเพาะปลูกพืช จึงมักทำการเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน และบ่อยครั้งต้องประสบปัญหาพืชขาดน้ำ และบางรายเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า เพราะไม่สามารถจัดหาน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชได้ แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งที่ใช้ภูมิปัญญาดัดแปลงเครื่องสูบน้ำแบบสะพายให้เป็นเครื่องสูบน้ำปลูกพืชผัก ทำรายได้ในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น คุณวิไล นาลา อยู่บ้านเลขที่ 356 หมู่ที่ 9 บ้านนาดี ตำบลกุดธาตุ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ฉีดรดพืชผักตามต้องการ คุณวิไล-คุณพรรณี นาลา สองสามีภรรยา ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพทำนา ในฤดูฝนทำนาปี ส่วนฤดูแล้งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ปลูกพืชผักอายุสั้นหลายชนิด เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว แตงร้าน แตงกวา แตงไทย แตงโม ถั่วฝักยาว เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ย้ายไปปลูกแปลงใหม่ต่อไปเรื่อย เป็นการนำปุ๋ยไปใส่นาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัว วันละ 200-300 บาท โดยสูบน้ำจากสระน้ำที่ขุดไว้ จำนวน 2 บ่อ เปลี่ยนชุดตัดหญ้า เป็นหัวปั๊มสูบน้ำ เมื่อติดเครื่องยนต์และจุ่มหัวปั๊มสูบน้ำลงในน้ำจะสูบน
เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา หลายท่านคงจะเห็นผลงานการดัดแปลงเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่า นำล้อเข็นเข้ามาเสริม ทำให้ตัดหญ้าด้วยวิธีเข็นไปตามพื้นราบ ไม่ต้องแบกสะพายบ่าให้เหนื่อยและเมื่อยบ่าและสันหลัง เขาคือนายกฤษณะ สิทธิหาญ หรือคนละแวกนั้นเรียกว่าช่างเอก ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (สับปะรด) หมู่ที่ 5 บ้านวังเลียบ ตำบลบุญนาคพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ผลงานชิ้นใหม่นี้เป็นการดัดแปลงเครื่องตัดหญ้าด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ มีผลดีหลายประการคือ ที่ไม่ต้องแบก ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์แบบเดิม ถือเป็นการสนองนโยบายการประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะ ลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ อุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ ถ่านลิเธี่ยมฟอสเฟต ขนาด 3.2 โวลล์ นำมาปรับสภาพให้มีประจุความแรงให้เท่ากัน จำนวน 16 ก้อน เพื่อให้ได้กำลังไฟออกมา 24 โวลล์ นำไปขับเคลื่อนมอเตอร์ให้มีกำลังไปหมุนแกนบังคับใบมีด มีพลังงานออกมามากมายที่สามารถหมุนใบมีดได้ น้ำหนักรวมทั้งเครื่องเพียง 2.5 กิโลกรัม ตัวเครื่องเบา กำลังแรงสูง ทำให้ใช้ได้ทั้งสุภาพสตรี ผู้สูงอายุ ช่างเอกบอกเพิ่มเติมว่า ชุดแรกได้ทำออกมา มีคนสั่งจองหลายราย แต่ม
คุณกฤษณะ สิทธิหาญ เกษตรกรวัย 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง อาชีพหลักคือ การปลูกสับปะรด ในอดีตนั้นเรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก กศน. จังหวัดลำปาง หลังจากเรียนจบแล้วได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อหาประสบการณ์ในเมืองหลวงเป็นเวลาหลายปี ได้รับความรู้ด้านช่างยนต์ ช่างกลึงเหล็ก ช่างไฟฟ้า ฯลฯ เรียกได้ว่ามีประสบการณ์ด้านช่างมาโดยตรงจากนายจ้างที่ไปอาศัยอยู่ จนกระทั่งแต่งงานมีครอบครัวจึงได้ย้ายกลับมาประกอบอาชีพที่จังหวัดลำปางบ้านเกิดของตนเอง นอกจากจะคิดค้นวิธีการปลูกสับปะรดแนวใหม่ ประดิษฐ์เครื่องพ่นยาหรือสารเคมี เครื่องมืออื่นๆ ที่ประหยัดแรงงาน ประหยัดพลังงาน ฯลฯ แต่ในที่นี้ใคร่นำเสนอ เครื่องตัดหญ้าที่ดัดแปลงใช้ล้อแทนการแบกสะพาย เครื่องตัดหญ้าที่นิยมใช้กันนั้น จะเป็นแบบสายสะพายบนบ่า ตัดหญ้าได้ง่าย รวดเร็ว แต่หากทำงานใช้ตัดหญ้านานๆ ก็จะเกิดความเหนื่อยล้า ปวดหลัง ปวดเอว คุณกฤษณะจึงได้คิดประดิษฐ์ให้มีน้ำหนักเบา โดยการใช้ล้อรถจักรยานเข้ามาช่วยแบ่งเบา เริ่มจากการหาล้อจักรยาน ขนาด 17 นิ้ว 2 ล้อ ประกอบเป็นฐานที่มีแกนล้อทั้งสองข้าง จากนั้นนำเครื่องตัดห
ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีไฟฟ้าที่จะเอื้ออำนวยต่อการสูบน้ำในการเพาะปลูกพืช จึงมักทำการเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน และบ่อยครั้งต้องประสบปัญหาพืชขาดน้ำ และบางรายเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า เพราะไม่สามารถจัดหาน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชได้ แต่มีเกษตรกรรายหนึ่งที่ใช้ภูมิปัญญาดัดแปลงเครื่องสูบน้ำแบบสะพายให้เป็นเครื่องสูบน้ำปลูกพืชผัก ทำรายได้ในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น คุณวิไล นาลา อยู่บ้านเลขที่ 356 หมู่ที่ 9 บ้านนาดี ตำบลกุดธาตุ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ฉีดรดพืชผักตามต้องการ คุณวิไล-คุณพรรณี นาลา สองสามีภรรยา ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพทำนา ในฤดูฝนทำนาปี ส่วนฤดูแล้งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ปลูกพืชผักอายุสั้นหลายชนิด เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว แตงร้าน แตงกวา แตงไทย แตงโม ถั่วฝักยาว เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วก็ย้ายไปปลูกแปลงใหม่ต่อไปเรื่อย เป็นการนำปุ๋ยไปใส่นาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัว วันละ 200-300 บาท โดยสูบน้ำจากสระน้ำที่ขุดไว้ จำนวน 2 บ่อ เปลี่ยนชุดตัดหญ้า เป็นหัวปั๊มสูบน้ำ เมื่อติดเครื่องยนต์และจุ่มหัวปั๊มสูบน้ำลงในน้ำจะสูบน
สมัยนี้เงินทองหายากเหลือเกิน จะใช้จ่ายอะไรแต่ละทีต้องคิดหนัก เพราะข้าวของแต่ละอย่าง มีราคาแพง หากใครเจอปัญหาเครื่องสูบน้ำเสีย ซ่อมไม่ได้ จะตักน้ำขึ้นมารดแปลงเพาะปลูก ก็เหนื่อยเสียเวลา สามารถแก้ไขปัญหาด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้วิธีดัดแปลงเครื่องตัดหญ้าที่มีอยู่มาเป็น ” เครื่องสูบน้ำ ” ตามคำแนะนำของ คุณวิไล นาลา เกษตรกรชาวจังหวัดขอนแก่น เพียงเท่านี้ก็ช่วยประหยัดเงินไปได้ก้อนโต คุณวิไล พื้นที่การเกษตรอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีไฟฟ้าที่จะเอื้ออำนวยต่อการสูบน้ำในการเพาะปลูกพืช จึงมักทำการเกษตรได้เฉพาะฤดูฝน และบ่อยครั้งต้องประสบปัญหาพืชขาดน้ำ เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจึงปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า เพราะไม่สามารถจัดหาน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชได้ แต่คุณวิไลไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น เธอใช้ภูมิปัญญาดัดแปลงเครื่องสูบน้ำแบบสะพายให้เป็นเครื่องสูบน้ำปลูกพืชผัก ทำรายได้ในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน คุณวิไล นาลา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 356 หมู่ที่ 9 บ้านนาดี ตำบลกุดธาตุ อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น โทร. (090) 586-0378 คุณวิไล-คุณพรรณี นาลา สองสามีภรรยา ให้ข้อมูลว่า มีอาชีพทำนา ในฤดูฝนทำนาปี ส่วนฤดูแล้งห
จากที่เคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการปลูกสับปะรดแนวใหม่ที่จังหวัดลำปาง ฝีมือของ คุณกฤษณะ สิทธิหาญ ด้วยการนำวิธีการปลูกสับปะรดโดยใช้พลาสติกสีดำปกคลุมแปลงที่ไถพรวนและยกร่องไว้แล้ว เป็นการป้องกันวัชพืชโดยไม่ต้องใช้สารเคมี อีกทั้งยังช่วยรักษาความชื้นในดินอีกทางหนึ่งด้วย ในเนื้อหามีการดัดแปลงเครื่องมือใช้เจาะพลาสติกให้เป็นรูหรือช่องที่ทำง่ายและรวดเร็ว โดยใช้เส้นลวดความร้อนที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่สะดวกในการพกพา อีกทั้งยังมีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ในตัวด้วย เพื่อนำต้นกล้าสับปะรดปลูกในแต่ละช่องหรือรูที่เจาะไว้ให้เหมาะสมกับขนาดของต้นกล้าสับปะรด ใช้เศษแผ่นป้ายไวนิลปิดยอดหรือจุกสับปะรด ป้องกันแสงแดดถูกผลสับปะรดโดยตรง โดยปกติแล้วเกษตรกรทั่วไปจะใช้วิธีนำใบสับปะรดห่อตัวเองแล้วใช้ตอกมัด เป็นการทำได้อย่างล่าช้าและเสียค่าจ้างแรงงาน ดัดแปลงเครื่องพ่นสารเคมีหรือพ่นสารจุลินทรีย์ที่ใช้เครื่องพ่นแรงสูง ดัดแปลงเป็นแบบใช้รถเข็นและสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ในตัว อุปกรณ์อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้สนใจ สั่งซื้อสั่งทำเป็นจำนวนมาก นั่นคือ เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่า ดัดแปลงให้มาเป็นแบบรถเข็นเดินตาม ทำงานสะดวก
