เชื้อเพลิง
คุณประโยชน์จาก “ไผ่” มีมากมายนานัปการ “ไผ่” คือ คำตอบ สำหรับการจัดการทรัพยากรพื้นที่ให้กับชาวชุมชนผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกไผ่ของชุมชนผาปัง มีเกือบ 20,000 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ ที่ดินสิทธิทำกิน และพื้นที่ป่าชุมชน ไผ่ที่ปลูกเกือบทั้งหมดเป็นไผ่ซาง ได้แก่ ไผ่ซางหม่น ไผ่ซางนวล ไผ่ซางบ้าน มีบ้างที่เป็นไผ่รวก เพราะเป็นไผ่ชนิดเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นไผ่ชนิดใด คุณรังสฤษฏ์ คุณชัยมัง ที่ปรึกษาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผาปัง ก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า ไผ่ทุกชนิด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งยังเป็นพืชพลังงานสูง และในเชิงเศรษฐกิจเป็นพืชที่ลงทุนในปีแรกเท่านั้น ปลายปี 2558 มีข่าวว่า วิสาหกิจชุมชนผาปังแห่งนี้ ได้ทดลองโดยการนำถ่านไม้ไผ่มาผลิตเป็นแก๊สรถยนต์จนประสบความสำเร็จ และเป็นรถยนต์ที่ใช้แก๊สจากถ่านไม้ไผ่คันแรกในเอเชีย เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตา ที่ผ่านมา ไผ่เป็นพืชที่สร้างมูลค่าและพาให้ชุมชนผาปังอยู่รอดด้วยการเป็นชุมชนพึ่งตนเอง มีแผนพัฒนาวิสาหกิจเต็มรูปแบบ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินงาน ซึ่งการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนผาปังนำไผ่ท
การนำฟืนหรือไม้ต่างๆ มาเผาถ่าน เพื่อเก็บไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในครัวเรือนนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำสืบต่อกันมาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน แต่สิ่งหนึ่งที่มักเจอและเป็นปัญหาคือในเรื่องของหมอกควันไฟและกลิ่นจากการเผาถ่าน ซึ่งอาจจะนำไปสู่การสร้างมลพิษในอากาศให้โลกใบนี้และชาวบ้านในพื้นที่ที่อยู่บริเวณเดียวกัน นี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ คุณมนูญ ผลทวี ช่างมากฝีมือ ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลบางไทร อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ที่เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น จึงประดิษฐ์และคิดค้นนวัตกรรม “เตาเผาถ่านยุคใหม่ไร้ควัน” เน้นเรื่องการเก็บควัน ไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม โดยใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเก่า เช่น น้ำมันพืช น้ำมันเครื่อง เป็นต้น มาให้ความร้อนในการอบหรือเผาถ่านไม้ ต้มไอน้ำฆ่าเชื้อโรงเพาะเห็ด ช่วยเปลี่ยนการทิ้งน้ำมันเก่าที่ก่อมลพิษ มาเป็นพลังงานความร้อนที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายนั่นเอง จุดเริ่มต้นของการทำเตาเผาถ่านยุคใหม่ไร้ควันนั้น คุณมนูญ เล่าให้เราฟังว่า เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของการเผาถ่านในปัจจุบันที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศในปัจจุบัน จึงมีแนวความคิดที่อยากจะแก้ไขปัญหาจุด
“ถ่านหิน” แม้จะมีจุดเด่นที่เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีราคาไม่แพง ให้ค่าความร้อนที่สูง จนถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงเตาเผาหรือหม้อไอน้ำของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลกมานับร้อยปี แต่การใช้ถ่านหินก็ทำให้เกิดของก๊าซเรือนกระจกที่เป็นตัวการของภาวะโลกร้อน ทำให้ปัจจุบันมีหลายประเทศออกมาตรการเพื่อควบคุมการเกิดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต ที่กลายเป็นอุปสรรคในการส่งออกสินค้าของไทย ไปขายยังประเทศเหล่านี้ ดังนั้น การมีเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้กับเตาเผาหรือหม้อไอน้ำที่มีอยู่เดิมเพื่อทดแทนหรือลดการใช้ถ่านหิน และด้วยค่าพลังงานความร้อนกับต้นทุนที่ใกล้เคียงกับการใช้ถ่านหิน โดยไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งระบบ จึงเป็นหนึ่งในคำตอบที่สามารถช่วยได้ทั้งภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ซึ่งหนึ่งในคำตอบนี้คือ “ชีวมวลทอริฟายด์” (Torrefied biomass) “การใช้ชีวมวลจำพวกเศษไม้หรือของเหลือทางการเกษตรสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าได้ แต่ก็มีข้อจำกัด คือ หนึ่ง การนำชีวมวลมาบดเป็นผงขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 30 ไมครอน เพื่อให้สามารถเผาร่วมกับถ่านหินผงได้ มีต้นทุนด้านพลังงานในการบดหรือสับที่สูงมาก สอง ชีวมวลโด
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงกำลังผลักดันความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันที่ประสบปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ จากปริมาณผลปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 8% ทำให้ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในระบบสูงขึ้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดมีผลผลิตปาล์มทะลายเพิ่มจาก 15.4 ล้านตัน เป็น 16.8 ล้านตัน สกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 2.7 ล้านตัน ส่วนนี้บริโภครวม 2.5 ล้านตัน ก็จะเหลือสต๊อกส่วนต่าง 2 แสนตัน ถือว่าเหมาะสม ดังนั้น จึงต้องเร่งระบายสต๊อกส่วนเกินคงค้าง โดยในส่วนนี้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบงบกลาง 525 ล้านบาท เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกิน จำนวน 160,000 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 18 บาท นำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยกระทรวงพาณิชย์จัดหาน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า นางสาวชุติมา กล่าวว่า เปิดรับสมัครผู้ประสงค์จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. ตั้งแต่ วันที่ 2 มกราคม 2562 ล่าสุด มีผ
