เชื้อไวรัสโควิด19
วว. แชร์ไอเดีย ปลูกอย่างไร ให้มีผักกินตลอดระยะเวลา 3 เดือน เน้นสด สะอาด ปลอดภัย ด้วยมือของท่านเอง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แชร์ไอเดียผ่านการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาโดย สถานีวิจัยลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานภูมิภาคของ วว. ว่า เราจะมีผักสดๆ สะอาด ปลอดภัยกินได้ตลอด 3 เดือน เพียงเราใช้เวลาว่างพักจากเรื่องเครียดๆ จากสถานการณ์ปัจจุบันของไวรัสโควิด-19 มาเพาะปลูกผักนานาชนิดที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมด้วยเส้นใยอาหาร โดยการปลูกผักจากแนวคิดนี้มุ่งเน้นตามความเหมาะสมของบ้านหรือที่พักอาศัยของแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเพาะไว้ในห้องครัว ปลูกในแปลงปลูก สำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อยปลูกในกระถาง วางไว้ข้างบ้าน ระเบียงห้อง หรือออกแบบพื้นที่ปลูกสวนครัวแนวตั้ง ก็สามารถปลูกได้ไม่ยาก เพียงเรารู้อายุเก็บเกี่ยวของพืช และมีแผนแบ่งพื้นที่ปลูกให้เหมาะสม ก็จะได้ผลผลิตที่เพียงพอต่อความต้องในครัวเรือน หรือหากท่านใดมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก อาจจะเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้เสริมต่อไป ข้อแนะนำสำคัญในการปลูกให้มีผักกินตลอดระยะเวลา 3
รมช. มนัญญา ปล่อยคาราวานผลไม้สหกรณ์ในภาคตะวันออก กระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ หวังดันราคาผลไม้ช่วยเกษตรพ้นวิกฤติโควิด-19 แย้มข่าวดี จับมือสหกรณ์-คมนาคม แปรรูปยางพาราทำแบริเออร์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรเพื่อรองรับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19 พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นางสาวมนัญญากล่าวว่า การปล่อยคาราวานกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงพลังในการร่วมมือร่วมใจของขบวนการสหกรณ์ที่จะช่วยกันกระจายผลไม้ของภาคตะวันออกสู่ตลาดนอกพื้นที่เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ประเทศคู่ค้างดนำเข้าหรือชะลอการนำเข้าผลไม้ของไทย ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบกลาง วงเงินกว่า 45 ล้านบาท สำหรับใช้บริหารจัดการและกระจายผลไม้ผ่านกลไกสหกรณ์ เน้นมังคุดและลำไย โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำไปจัดสรรให้สหกรณ์รวบรวมผลไม้ต้นทางเป็นค่าบริหารจัดการ กิโลกรัมละ 1 บาท ชดเชยค่าขนส่งกิโลกรัมละ 2 บาท แ
ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์และการวิจัยและพัฒนา (ศปก.วิจัย) โควิด-19 โดย วช. ระดมพลังผู้ใช้งาน ภาควิชาการ ภาคเอกชน เร่งวิจัยและนวัตกรรมชุดตรวจ วัคซีน ยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งการวิจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ แก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต่อมามีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๖/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา ให้มีการรวบรวมนวัตกรรมการแพทย์ การวิจัย และการพัฒนาในด้านต่างๆ มาสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม ผู้ทำงานที่ประกอบด้วยนักวิชาการ นักวิจัย จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่จะมาช่วยสร้างนวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานและตรง
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 ประเทศไทย ผู้ติดเชื้อสะสม 2,811 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 19 ราย)เสียชีวิตรวม 48 ราย (เพิ่ม 1 ราย) รักษาหายป่วยแล้ว 2,108 ราย (74.99%) เพิ่มขึ้น 109 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 19 ราย ใน 8 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (10), ยะลา (2), ชลบุรี (2), นนทบุรี (1) ปัตตานี (1), สงขลา (1), ภูเก็ต (1), ชุมพร (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,447 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (193), นนทบุรี (152), สมุทรปราการ (108), ยะลา (95), ชลบุรี (85), ปัตตานี (79), เชียงใหม่ (40) , สงขลา (39) และปทุมธานี (34) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 67 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine ในจังหวัดต่างๆ 71 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง และมีอีก 36 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเขื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุ
นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม และศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช. ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคม ได้จัดทำรายงานการเดินทางของคนไทยในช่วงระยะเวลาที่เกิดโรคระบาดโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยพบว่า คนไทยมีการเดินทางลดลง ทั้งการใช้ระบบขนส่งสาธารณะและรถยนต์ส่วนตัว ดังนี้ – จำนวนผู้เดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะลดลงต่อเนื่อง – เดือนมกราคม ปี 2563 ลดลง 11% เมื่อเทียบเดือนมกราคม 2562 -เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ลดลง 15% เมื่อเทียบเดือนกุมภาพันธ์ 2562 -เดือนมีนาคม 2563 ลดลง 47% เมื่อเทียบเดือนมีนาคม 2562 – ยังคงมีการเดินทางในวันจันทร์สูงและลดลงในวันเสาร์-อาทิตย์ – การเดินทางทางอากาศในประเทศ เดือนเมษายน 2563 ลดลง 98% เมื่อเทียบกับต้นปี 2563 (ก่อนเหตุการณ์โควิด) – ปริมาณการเดินทางระหว่างจังหวัด (ใช้การเดินทางเข้าออก กทม. เป็น indicator) ลดลง 67% ซึ่งปริมาณการเดินทางลดลง เกิดจากมาตรการของรัฐบาล โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อยับย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญคนไทย ร่วมโครงการ “ซื้อมะม่วงฝากหมอ” ให้มีสุขภาพดีและช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤติ COVID-19 “มะม่วง” เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัส โควิด-19 เนื่องจากผู้รับซื้อมะม่วงเกรดส่งออกหยุดรับซื้อ เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้ โดยเฉพาะตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งปกติจะส่งมะม่วงโดยการขนส่งทางอากาศ แต่มีการระงับการขนส่งทางอากาศบางเที่ยวบิน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการส่งออกเพิ่มขึ้นจากเดิม 20 บาท ต่อกิโลกรัม เป็น 80 บาท ต่อกิโลกรัม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ประสาน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินโครงการ “ซื้อมะม่วงฝากหมอ” เพื่อเป็นการทำ CSR ของกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการกระจายสินค้า และเปิดโอกาสให้ประชาชนซื้อมะม่วงคุณภาพส่งออกส่งให้โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์และพยาบาลเป็นขวัญกำลังใจ ด้าน นายมนตรี ศรีนิล นายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย แจ้งว่า สถานการณ์มะม่วง ปี 2563 เกิดปัญหาการส่งออกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19 ทำให้มีการปิดด่านมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว เวียดนาม ที่เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตมะม่วงหลัก
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รายงานว่าประเทศไทยได้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยโรคโควิด-19 โดยการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากลไปแล้ว จำนวน 100,498 ตัวอย่าง คิดเป็น 1,509 ตัวอย่างต่อประชากรหนึ่งล้านคน โดยในระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน 2563 ที่ผ่านมาได้ตรวจไป 16,490 ตัวอย่าง แหล่งข้อมูล: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
