เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ส่งออกอาหารฮาลาลไทย ยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากทั่วโลก เร่งยกระดับมาตรการป้องกันปนเปื้อนโควิด-19 พร้อมเดินหน้า “โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Delivers with Safety) วางเป้าปีนี้ส่งออกอาหารฮาลาลไปยังประเทศมุสลิม (OIC) มูลค่า 122,087.61 ล้านบาท นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้ทั่วโลกเกิดความกังวลด้านอาหารปลอดภัยมากขึ้น ที่ผ่านมากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพการตลาดฮาลาลสู่สากล อาทิ การสร้างภาพลักษณ์สินค้าและบริการฮาลาล การส่งเสริมการส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศเป้าหมาย ฯลฯ ซึ่งการส่งออกอาหารฮาลาลไทย ยังคงได้รับความเชื่อมั่นด้วยกระบวนการผลิตตามบทบัญญัติศาสนาอิสลาม มีข้อกำหนดที่มาของวัตถุดิบ ส่วนผสม กรรมวิธีการผลิต กระบวนการเพาะปลูกการเพาะเลี้ยง และการปฏิบัติของบุคลากรในกระบวนการผลิตอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปลอดภัยจากสิ่งต้องห้าม โดยได้รับการตรวจสอบและรับรอ
นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาส วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) อ.ส.ค. ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ตราไทย-เดนมาร์ค ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคนมของคนไทยทุกเพศ ทุกวัย หันมาบริโภคนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ของไทย-เดนมาร์ค ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในปี 2564 เกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย อ.ส.ค. จึงร่วมมือกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานภาคีต่างๆ ปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นกิจกรรมเรียนรู้การทำเมนูอาหารและเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ผ่านระบบออนไลน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมาดื่มนมมากขึ้นแล้ว นอกจากนี้ อ.ส.ค. ยังสนองนโยบายภาครัฐด้วยการผนึกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและสังคม ช่วยลดผลกระทบจ
ในช่วงการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 แน่นอนว่าผู้คนก็จะให้ความสำคัญในเรื่องการทำความสะอาดเป็นพิเศษ น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ หลายประเภทถูกนำมาใช้งาน และหลายคนอาจอยากลองนำมาผสมเข้าด้วยกันเพื่อหวังให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในคราวเดียว แต่แท้จริงแล้วการผสมน้ำยาทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อต่างชนิดกัน อาจก่ออันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ ตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ คือการเสียชีวิตของผู้จัดการร้านอาหารแห่งหนึ่งในอเมริกา เนื่องจากสูดดมแก๊สคลอรีนในปริมาณสูงจากการใช้น้ำยาฟอกขาวถูพื้นโดยไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นมีน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของกรดหกอยู่ ซึ่งเมื่อผสมกันทำให้เกิดแก๊สคลอรีนจำนวนมากในพื้นที่ปิด และเหตุการณ์ที่ผู้หญิงคนหนึ่งทำความสะอาดผักผลไม้ต่างๆ ที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยผสมน้ำยาฟอกขาวความเข้มข้น 10% กับน้ำส้มสายชูในน้ำร้อน ขณะทำความสะอาดเธอได้กลิ่นรุนแรงของคลอรีนเกิดขึ้นในครัว และเริ่มมีอาการหายใจติดขัด มีเสียงดังขณะหายใจ และได้ถูกส่งตัวไปที่แผนกฉุกเฉินในโรงพยาบาลในทันทีและมีอาการดีขึ้น ดร.จุฑาทิพ บุญสมบัติ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ คณะทำงาน“โครงการสนับสนุนข้อมูลวิจัยเชิงลึกด้า
