เชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)
เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายในประเทศลดลงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐได้แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” เพื่อช่วยเหลือและแบ่งปันแก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” ติดตั้งอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ภายในตู้ประกอบไปด้วยสิ่งของอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งของที่บุคลากร วช. นำมาใส่ตู้อย่างสม่ำเสมอ และยังมีประชาชนในบริเวณใกล้เคียง และที่เดินทางผ่านไปมา นำสิ่งของที่เป็นของกินและของใช้นำมาแบ่งปันใส่ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” อย่างต่อเนื่อง
กรมหม่อนไหมเผยเกษตรกรผู้มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม เร่งตรวจสอบสิทธิการรับเงินเยียวยา ที่ สนง.เกษตรอำเภอใกล้บ้าน ก่อน 15 พฤษภาคมนี้ นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 เห็นชอบมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ครัวเรือนละ 15,000 บาท รวม 10 ล้านครัวเรือน วงเงินรวม 1.5 แสนล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอจ่ายรวม 3 เดือน เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเกษตรกรจะต้องยื่นจดทะเบียนภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 นั้น ในส่วนของการจดทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ล่าสุดจากการประชุมหารือกับนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ข้อสรุปว่าขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่จดทะเบียนกับกรมหม่อนไหมยังไม่สามารถใช้รับเงินเยียวยาเกษตรกรดังกล่าวได้ เนื่องจากมติของรัฐบาลให้ใช้ผลการจดทะเบียนของกรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ เท่านั้น ทั้งนี้ เกษตรกรต้องมีพื้นที่ปลูกหม่อน หรือเลี้ยงไหม ส่วนเกษตรกรที่ทอผ้าไหมและกิจกรรมอื่นๆ
