เชื้อไวรัสโค วิด-19
นายพลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตแพะเนื้อภาคตะวันตก ปี 2563 ในเขตพื้นที่ 7 จังหวัด (กาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์) ซึ่งพบว่า ภาคตะวันตกเป็นแหล่งผลิตแพะเนื้อที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสม อากาศโปร่ง ความชื้นต่ำ และเป็นสินค้าทางเลือกสำคัญที่มีอนาคตในภูมิภาค ปัจจุบันมีการเลี้ยงแพะเนื้อ (ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์) จำนวน 148,528 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 134,811 ตัว (เพิ่มขึ้น 13,717 ตัว หรือร้อยละ 10) ซึ่งตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย ส่งออกมากถึงร้อยละ 85 ส่วนร้อยละ 10 ส่งออกประเทศเวียดนาม และอีกร้อยละ 5 จำหน่ายภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่การบริโภคเนื้อแพะนิยมในกลุ่มชาวมุสลิม ทำให้ตลาดมาเลเซียมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพราะการเลี้ยงแพะเนื้อในประเทศมาเลเซียทำได้ยาก เนื่องจากสภาพภูมิอากาศค่อนข้างชื้น ส่งผลให้แพะสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นโรคง่าย และโตช้า ผลผลิตจึงไม่เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ จากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราช
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 2,938 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย)เสียชีวิตรวม 54 ราย (เพิ่มขึ้น 2 ราย) รักษาหายป่วยแล้ว 2,652 ราย (90.27%) เพิ่มขึ้น 43 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย ใน 3 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (3), ภูเก็ต (3), และนครราชสีมา (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,484 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (209), นนทบุรี (157), ยะลา (113), สมุทรปราการ (111), ชลบุรี (87), ปัตตานี (79), สงขลา (44), เชียงใหม่ (40) , ปทุมธานี (39) , นราธิวาส (28) และนครปฐม (22) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 39 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine ในจังหวัดต่างๆ 78 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง (และสตูล ซึ่งรับผู้ติดเชื้อใน State quarantine) และมีอีก 51 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ป
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 2,700 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 28 ราย)เสียชีวิตรวม 47 ราย (เพิ่มขึ้น 1 ราย) รักษาหายป่วยแล้ว 1,689 ราย (62.56%) เพิ่มขึ้น 96 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 28 ราย ใน 6 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (20), ยะลา (3), ชุมพร (2), ปัตตานี (1), ภูเก็ต (1), ขอนแก่น (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,371 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (192), นนทบุรี (148), สมุทรปราการ (108), ยะลา (99), ปัตตานี (87), ชลบุรี (81), สงขลา (56), เชียงใหม่ (40) และปทุมธานี (33) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 68 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อ โควิด-19 ณ วันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสะสม 2,613 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 34 ราย) เสียชีวิตรวม 41 ราย (เพิ่มขึ้น 1 ราย) รักษาหายป่วยแล้ว 1,405 ราย (53.8%) เพิ่มขึ้น 117 ราย รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้พบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 34 ราย ในพื้นที่ 9 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (8), ยะลา (6), ปัตตานี (5), ภูเก็ต (5), นครศรีธรรมราช (4), สมุทรปราการ (2), เลย (1), พังงา (1), สตูล (1) และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 1 ราย พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,311 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (186), นนทบุรี (150), สมุทรปราการ (107), ยะลา (90), ปัตตานี (82), ชลบุรี (80), สงขลา (56), เชียงใหม่ (40) และปทุมธานี (33) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 73 ราย โดยยังมี 9 จังหวัด ที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอ
ข้าวตราฉัตร เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทย เปิดโครงการฯ ช่วยเหลือธุรกิจของผู้ประกอบการร้านอาหาร SME ที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติโควิด-19ในตอนนี้ จากกระแส “เว้นระยะห่างทางสังคม” เกิดเป็นแนวคิดใหม่ “Social DISHtancing-ห่างกัน แต่ไม่ห่างความ อร่อย” โดยนำร่องกว่า 50 ร้านค้าพันธมิตร ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังคงเปิดให้บริการกับประชาชน ผลักดันเข้าสู่ ตลาดออนไลน์ ปรับตัวธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ด้วยบริการแบบ “ฟู้ดเดลิเวอรี่” ผ่านช่องทาง LINE MAN อีกทั้งยังสนับสนุน พื้นที่สื่อโฆษณาของบริษัทฯ ทุกช่องทางให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ นี้ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารต่างๆ สามารถประชาสัมพันธ์สินค้าและ บริการผ่านช่องทางออนไลน์ มีช่องทางจำหน่ายอาหารเพิ่มขึ้น และสร้างโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ จับมือร่วมกับ ร้านอาหารกลุ่มนี้ หยิบสูตรเมนูเด็ดประจำร้าน ทำคลิปสอนทำอาหาร ภายใต้ชื่อเมนู “Social DISHtancing” “ เมนูสุขไม่เว้นระยะห่าง” “เราจะ ผ่านมันไปด้วยกัน” เพื่อส่งต่อความสุขเล็กๆ ให้กับคนทางบ้านออกจากความเครียด ในช่วงที่ต้องหยุดเชื้อเพื่อชาติ อีก
