เดินตามรอยพ่อ
ป้าฟักเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว 10 บาท ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแบบอย่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช บรมนาถบพิตร โดยในร้านขายก๋วยเตี๋ยวได้ติดภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 จำนวนกว่า 50 รูป ซึ่งนาง นิภา เหมือนพงษ์ หรือป้าฟัก อายุ 64 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวพอเพียง ราคา 10 บาท ที่ปลูกเพิงทำร้านค้าขายก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย และอาหารตามสั่ง อยู่บริเวณริมถนนบ้านคลองไชโย หมู่ที่ 3 ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวังอ่างทอง รอบร้านค้าด้านบนติดภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ไว้ให้ประชาชนได้ดูและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจตนเองในการทำมาหากินยึดหลักตามแบบอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ที่มา : มติชนออน์ไลน์
แม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ผลจากการทำ “ฟาร์มชุมชน ตำบลดอนรัก” ภายใต้โครงการ ๙๑๐๑ ตามรอยเท้าพ่อ กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพลิกผืนแผ่นดินเปล่า แปลงเป็นทุนตั้งต้นในการทำอาชีพของผู้คนในตำบลดอนรัก ชุมชนเล็ก ๆ ที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ด้วยแรงร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการเกษตร กำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต.ดอนรัก และขาดไม่ได้ คือ ชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้โครงการเกิดเป็นรูปร่าง เวลานี้ใครขับรถจากสงขลามาปัตตานี ตามถนนหลวงหมายเลข 42 จะเห็นป้ายฟาร์มชุมชนตำบลดอนรักตั้งเด่นหรา ด้านหน้ามีซุ้มจำหน่ายผักผลไม้สดปลอดสารพิษ น้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากฝีมือชุมชน เช่น เสื้อยืด หมวก ลึกเข้าไปด้านในเป็นฟาร์มปลูกผักหลากหลายชนิดที่งอกงาม และกำลังทยอยออกผล “จักรี เจ๊ะสอเหาะ” กำนันตำบลดอนรัก อำเภอหนองจิก เล่าว่า ก่อนหน้านี้มีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ด้วย มีการพูดคุยกับชาวบ้านในร้านน้ำชาถึงเรื่องปลูกผัก ขณะนั้นได้ทำเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 7-15 คน กระทั่งมีโครงการ ๙๑๐๑ ที่มีงบประมาณมาให้ 2.5 ล้านบาท จึงได้ทำประชาคมร่วมกับชาวบ้านอีกครั้
ศ.พิเศษ จอมจิน จันทรสกุล นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยถึงงานมหกรรมเกษตรอีสานใต้ ซึ่งจะมีขึ้นไปจนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นี้ ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์แผ่นดินพ่อ สานต่อเกษตรพอเพียง” ว่า วัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมหาวิทยาลัยได้ร่วมกับองค์กรภาครัฐในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันการศึกษา กระทรวงสาธารณสุข และภาคเอกชน ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการน้อมรำลึกถึงปราชญ์แห่งการพัฒนาการเกษตร โดยแสดงพระราชกรณียกิจในโครงการพระราชดำริการจัดแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการดิน น้ำ พืช อย่างยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสานต่อในพระราชปณิธาน เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งให้แก่ประชาชนและเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาอาชีพ และเพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานการเกษตรตามแนวพระราชดำริและเผยแพร่แก่เกษตรกรและผู้สนใจให้เข้าถึง เข้าใจความพอมี พอกิน พอใช้ และไม่เบียดเบียนกันในการประกอบอาชีพทางการเกษตรให้มีความมั่นคง พอเพียง ทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน ขยายผลสู่กลุ่มประเทศอาเซียนในอนา
สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (สสพ.2) ดำเนินโครงการส่งเสริมสหกรณ์ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจัดทำโครงการเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการสหกรณ์ให้แก่นักเรียนในโครงการ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์งานสหกรณ์ให้กับนักเรียนและครูในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 17 โรงเรียน โดยการเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในการพัฒนากิจกรรมสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คุณธนิต จันทร์ประทีป ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 (สสพ.2) กล่าวว่า ทาง สสพ.2 ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งในปีนี้ถือว่าพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสวรรคต ซึ่งปัจจุบันโดยเฉพาะเด็กในสังคมเมืองคิดว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ที่จริงแล้วเกี่ยวข้องโดยตรง สสพ.2 จึงจัดกิจกรรมทัศนศึกษาดูงานของเด็กนักเรียน ณ ศูนย์การเรียนรู
สำหรับใครที่มีโอกาสได้เคยไปท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นเมืองที่มีหลักฐานปรากฏทางประวัติศาสตร์ว่า เป็นดินแดนแห่งอารยธรรม 3,000 ปี ก่อนประวัติศาสตร์ยุควัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยทวารวดี ลพบุรี ล้านช้าง สุโขทัย อยุธยา และจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ จากหนังสือ สกลนครสัญจรได้ไม่สิ้นสุด ซึ่งจัดพิมพ์โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เขียนไว้ว่า ในจังหวัดสกลนครมีแห่งประวัติศาสตร์ทางโบราณคดีถึง 83 แห่ง โดยมีชุมชนโบราณของแอ่งสกลนคร มีอายุ 600 ปี ก่อนพุทธกาล จนถึงพุทธศตวรรษที่ 8 หรือ 3,000-1,800 ปี มาแล้ว จุดเด่นของจังหวัดสกลนคร จึงปรากฏความชัดเจนในเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชาวบ้านที่โดดเด่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ วิถีการทำผ้าย้อมครามอันเลื่องชื่อ และที่พลาดไม่ได้คือ ผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ความโดดเด่นของผ้าย้อมคราม ซึ่งเป็นวิถีภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมานาน ทำให้วันนี้สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่เกือบ 10,000 บาท ต่อคน เศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านดอนกอย ในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมีการพูดถึง “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้อยู่ใ
