ป้าฟักเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว 10 บาท ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแบบอย่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช บรมนาถบพิตร โดยในร้านขายก๋วยเตี๋ยวได้ติดภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 จำนวนกว่า 50 รูป ซึ่งนาง นิภา เหมือนพงษ์ หรือป้าฟัก อายุ 64 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวพอเพียง ราคา 10 บาท ที่ปลูกเพิงทำร้านค้าขายก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย และอาหารตามสั่ง อยู่บริเวณริมถนนบ้านคลองไชโย หมู่ที่ 3 ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวังอ่างทอง รอบร้านค้าด้านบนติดภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ไว้ให้ประชาชนได้ดูและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจตนเองในการทำมาหากินยึดหลักตามแบบอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9
ที่มา : มติชนออน์ไลน์
MOST POPULAR
ทุกวันนี้ ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เน้นดูแลสุขภาพเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ ในปี 2567 มีมูลค่าสูงถึง 34,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีการปรับปริมาณสารอาหารให้เหมาะสมกับวัยและโรค เช่น ลดไขมัน ลดน้ำตาล ลดโซเดียม และเป็นอาหารที่ปรุงง่าย เคี้ยวง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวและกลืน นอกจากนี้ กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ประเภทนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์, นมพร่องมันเนย, น้ำผลไม้สกัดเย็น รวมทั้ง น้ำสมุนไพร เช่น น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะตูม น้ำอัญชัน น้ำขิง น้ำตะไคร้ ฯลฯ ก็เป็นเครื่องดื่มทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มผู้สูงวัยเช่นเดียวกัน วิธีเพิ่มมูลค่า “ ตะไคร้ ” หากใครปลูกตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน ขอแนะนำวิธีเพิ่มมูลค่า ตะไคร้พืชสวนครัว สู่ชาดอกไม้บาน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่เหมาะสำหรับเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นผลงานของ นางสาวเสาวลักษณ์ ผ่านสุวรรณ และ นางสาวกนกกานต์ บุญประสพ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ใน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งให้สภาพอากาศแปรปรวนและอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือ “โลกเดือด” นั้นมีสาเหตุสำคัญจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยได้นำเสนอ โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-เศรษฐกิจชีวภาพ, Circular-เศรษฐกิจหมุนเวียน, Green-เศรษฐกิจสีเขียว) บนเวทีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ( APEC 2022 ) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตของประเทศ และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก โดยประเทศไทย ตั้งเป้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 และมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 รู้จัก “คาร์บอนเครดิต” “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) เป็นหนึ่งในมาตรการที่ไทยใช้เป็นเครื่องมือการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามโมเดล BCG โดยตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ในประเทศไทยตลาดคาร์บอนถูกกำหนดไว้ในแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.2558-2593 สำหรับประเทศไทยดำเนินงานผ่านโครงการ ลด
ตลาดโปรตีนจากพืชเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน คนไทยไม่ควรมองข้าม “เทมเป้ (Tempeh)” เป็นโปรตีนทางเลือกจากพืชคือ ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าดาวรุ่ง Product Champion ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เพราะเป็น “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นที่นิยมบริโภคในกลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มมังสวิรัติและวีแกนที่ต้องการโปรตีนทางเลือกที่ไม่ใช่จากสัตว์ จับตา “เทมเป้ ” สินค้าดาวรุ่งในเวทีตลาดโลก ข้อมูล OECD-FAO Agricultural Outlook 2025-2034 ระบุว่า ผู้คนทั่วโลกที่รักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มหันมาบริโภคโปรตีนทางเลือกจากพืช Plant-Based อาหารแห่งอนาคต ที่มี Clean Label ตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเต็มตัว เช่น เทมเป้ จากอาหารพื้นบ้านที่มีจุดแข็งด้านโภชนาการ สุขภาพ ในรูปแบบวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ได้ยกระดับสถานะในตลาดโลกผ่านมาตรฐานสากลคือ Regional Standard for Tempe (CXS 313R-2013) ของ Codex Alimentarius (FAO/WHO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า เทมเป้คือโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งให้สภาพอากาศแปรปรวนและอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือ “โลกเดือด” นั้นมีสาเหตุสำคัญจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยได้นำเสนอ โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-เศรษฐกิจชีวภาพ, Circular-เศรษฐกิจหมุนเวียน, Green-เศรษฐกิจสีเขียว) บนเวทีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ( APEC 2022 ) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตของประเทศ และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก โดยประเทศไทย ตั้งเป้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 และมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 รู้จัก “คาร์บอนเครดิต” “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) เป็นหนึ่งในมาตรการที่ไทยใช้เป็นเครื่องมือการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามโมเดล BCG โดยตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ในประเทศไทยตลาดคาร์บอนถูกกำหนดไว้ในแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.2558-2593 สำหรับประเทศไทยดำเนินงานผ่านโครงการ ลด
