เตือนเกษตรกร
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในห้วงเวลาปัจจุบันประเทศไทยกำลัง เผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนมีฝนตกชุกในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบถึงเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงขณะนี้มีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 7–9 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้ติดตาม เฝ้าระวังพร้อมให้คำแนะนำ รวมถึงให้จัดเตรียมเครื่องมือ เช่น เครื่องสูบน้ำ อวน กระชัง เรือตรวจการประมง รถยนต์ พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมงเล็งเห็นถึงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น หากประสบอุทกภัย จึงขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ให้พร้อม โดยดำเนินการขึ้นทะเบียนและป
กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เฝ้าระวังหนอนกอข้าว แมลงศัตรูข้าวระยะแตกกอ เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศจะเข้าสู่ระยะแตกกอ จำนวน 8,028,956 ไร่ซึ่งข้าวในระยะแตกกอนี้เป็นระยะที่สำคัญในการเข้าทำลายของหนอนกอข้าว อาจสร้างความเสียหายที่รุนแรงได้ในพื้นที่ปลูกข้าว จึงขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงนาของตนเองอย่างสม่ำเสมอ สำหรับหนอนกอข้าวที่พบทำลายข้าวในประเทศไทย มี 4 ชนิด ได้แก่ หนอนกอสีครีม หนอนกอแถบลาย หนอนกอแถบลายสีม่วง หนอนกอสีชมพู ซึ่งทั้ง 4 ชนิด ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน โดยหนอนกอสีครีมเพศเมียจะวางไข่เป็นกลุ่มตามปลายใบข้าว หนอนกอแถบลายเพศเมียทั้ง 2 ชนิด วางไข่บริเวณโคนใบข้าว ส่วนใหญ่อยู่ใต้ใบข้าว หนอนกอสีชมพูเพศเมียวางไข่เรียงเป็นแถวระหว่างกาบใบ และลำต้น หนอนกอแถบลายสีม่วงเพศผู้มองดูคล้ายมีรูปตัว Y อยู่ตรงกลางปีก ลักษณะการทำลายของหนอนกอข้าว ตัวหนอนจะเจาะเข้าทำลายกาบใบ ทำให้กาบในมีสีเหลือง หรือสีน้ำตาล ซึ่งจะเห็นเป็นอาการช้ำ ๆโดยพบการทำลายหลังจากหว่านข้าวแล้วประมาณ 1 เดือนเป็นต้นไป เมื่อฉีกกาบใบดูจะพบตัวหนอน และเมื่อหนอนโตขึ้นจะเข้ากัดกินส่วนของลำต้น ทำให้เกิดอาการใบ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่ทุเรียนเริ่มให้ผลผลิตออกสู่ตลาด โดยเฉพาะราคาขายทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีขณะนี้ ตามที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ราคาเริ่มต้นอยู่ กิโลกรัมละ 120-150 บาท และยังมียอดสั่งซื้อล่วงหน้าผ่านพ่อค้าคนกลางจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ถือเป็นโอกาสดีของเกษตรกรที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพียงแต่จะต้องรักษาคุณภาพให้ได้ตามที่ตลาดต้องการ ด้วยแรงจูงใจจากราคาที่สูง ขายได้ราคาดี เพราะเป็นช่วงต้นฤดูกาล จึงทำให้ชาวสวนและพ่อค้าบางรายตัดทุเรียนอ่อนออกมาขาย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอประกาศเตือนให้เจ้าของสวนและพ่อค้าทุเรียนอย่าขายทุเรียนอ่อน เพราะการตัดทุเรียนอ่อนออกมาขายถือว่าผิดกฎหมาย เข้าข่ายหลอกลวง มีโทษปรับและจำ และจะทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำ สำหรับผลเสียหายที่เกิดจากการขายทุเรียนอ่อน นอกจากจะเป็นปัญหาของตลาดภายในประเทศแล้ว ยังจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดส่งออก โดยในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดส่งออกทุเรียนไทยจะลดลง เนื่องจากประเทศคู่แข่งของไทยไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม และกัมพูชา มีการผลิตทุเรียนค
