เทคนิคการเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล
ในยุคที่การทำเกษตรไม่จำกัดแค่บนบก การเลี้ยง “สาหร่ายผักกาดทะเล” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้ ด้วยระยะเวลาการเลี้ยงที่สั้นเพียง 3 สัปดาห์ ก็สามารถเก็บเกี่ยวและขายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาท คุณตุ๋ม-สุภิดา ลิ้นทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจันทราบุรี@ปากน้ำแหลมสิงห์ เล่าว่า “ตั้งแต่ตัดสินใจเลี้ยงครั้งแรก เราเห็นถึงโอกาสที่ซ่อนอยู่ มันไม่ใช่แค่การเลี้ยงเพื่อขาย แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต การมองเห็นก่อน ทำให้เราสามารถวางแผน พัฒนา และต่อยอดจนเกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้กับกลุ่ม และยังช่วยยกระดับชุมชนของเราได้อีกด้วย” #ซุปเปอร์ฟู้ด #วิสาหกิจชุมชนจันทราบุรี #สาหร่ายผักกาดทะเล #technologychaoban #เทคโนโลยีชาวบ้าน
สาหร่ายผักกาดทะเล อาหารแห่งอนาคต แหล่งโปรตีน คุณค่าทางอาหารสูง สามารถขยายพันธุ์สู่การเพาะเลี้ยง ลงทุนน้อย ให้ผลผลิตไว ดูแลง่าย นับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าได้ สำหรับสาหร่ายผักกาดทะเล หรือ Sea Lettuce นั้นเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพด้านโภชนาการสูงเพราะมีโปรตีนถึง 25-30 กรัม และใยอาหาร 9.79 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันและพลังงานที่ต่ำ อุดมด้วยเกลือแร่ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และ โอเมก้า 9 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้ง ต้ม ผัด แกง ทอด และยำ โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ปัจจุบันมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเตรียมบ่อ บ่อที่ใช้เลี้ยงสาหร่ายมี 2 รูปแบบ ได้แก่ บ่อปูนและบ่อผ้าใบ ล้างขัดฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน แช่ทิ้งไว้ 1 คืน ล้างด้วยน้ำสะอาด ตากบ่อให้แห้ง การเตรียมน้ำ ใช้น้ำทะเลความเค็ม 25-30 ส่วนในพันส่วน ที่สูบจากทะเลหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ นำมาพักให้ตกตะกอน หลังจากนั้นสูบน้ำส่วนใสผ่านถุงกรองสักหลาดความละเอียด 10 ไมครอน นำน้ำเข้าบ่อเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลต่อไป ปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงสาหร่าย
