เนื้อหมู
สัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุประเทศไทยมีการเลี้ยงและการผลิตสุกรที่ดีตามมาตรฐานสากล พร้อมแนะเลือกซื้อเนื้อหมูให้ปลอดภัยจากฟาร์มผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่ได้รับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ สังเกตได้จาก ตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” หรือเลือกเนื้อหมูที่มีสีชมพู ไม่แดงจัด ฉ่ำน้ำ มีมันแทรก เนื้อนุ่มไม่แข็งกระด้าง หลีกเลี่ยงเนื้อหมูที่มีลักษณะแห้งแดง มันน้อย เนื้อมาก เพราะมีความเสี่ยงที่จะใช้สารเร่งเนื้อแดง ย้ำผู้บริโภคควรรับประทานเนื้อหมูปรุงสุกเพื่อความปลอดภัย ผศ.ดร.น.สพ.ดุสิต เลาหสินณรงค์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงและการผลิตสุกรได้มาตรฐานสากล มีการพัฒนาคุณภาพของเนื้อหมูและประสิทธิภาพการผลิตตามมาตรฐานตลอดห่วงโซ่มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการป้องกันโรคและการเลี้ยงสุกรที่เหมาะสม (Good Agricultural Practices; GAP) การจัดการให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ตลอดจนการปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีทั้งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และหุ่นยนต์ มาใช้ในฟาร์มเ
นักวิชาการ ม.เกษตรฯ ชี้ฝีหนองในเนื้อหมูไม่ใช่ภาวะโรค แนะผู้บริโภคหากพบเนื้อหมูที่มีฝีหนองปนเปื้อน ให้ตัดเนื้อส่วนนั้นทิ้ง และต้องปรุงสุกก่อนทาน ย้ำควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตและแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน มีตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” เพื่อความปลอดภัย อาจารย์พิชัย จิรวัฒนาพงศ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสัตวแพทยศาสตร์ กำแพงแสน อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า จากการที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง พบฝีหนองในเนื้อหมูสดสไลซ์ ในร้านชาบูดังแห่งหนึ่ง กรณีดังกล่าวนั้น “ฝีหนอง” ไม่ได้เกิดจากการที่หมูเป็นโรค แต่เกิดจากการจัดการเรื่องความสะอาดในการใช้เข็มฉีดวัคซีนหรือยาในหมู หากขั้นตอนไม่สะอาด จะมีเชื้อโรคติดเข้าไปทำให้เกิดฝีหนองตรงตำแหน่งฉีด สำหรับโรงชำแหละที่มีกระบวนการผลิตเนื้อหมูที่ได้มาตรฐานโอกาสที่จะมีฝีหนองหลุดออกมาจำหน่ายนั้นน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย เพราะมีการตรวจสอบเนื้อสัตว์ ทั้งกระบวนการตัดแต่งและก่อนจำหน่าย “ฝีหนอง คือเชื้อโรคอย่างหนึ่ง ที่จะส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค ส่วนใหญ่มักจะพบในเนื้อหมูบริเวณแถวคอหมู ซึ่งเกิดจากความสกป
นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศพร้อมใจกันสนองนโยบายรัฐบาล โดยรักษาระดับราคาหน้าฟาร์มอยู่ไม่เกิน 100 บาท ต่อกิโลกรัม ในช่วงที่ทุกฝ่ายพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว หลังเริ่มนโยบายเปิดประเทศ 1 พฤษภาคมนี้ “ผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศยินดีร่วมมือกับรัฐบาลในการรักษาระดับราคาสุกรเพื่อผู้บริโภค แม้ยังคงต้องรับภาระต้นทุนมาตรการด้านสุขภาพสัตว์ และต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง และยังคงรอความชัดเจนกับแนวทางแก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ก็ตาม ด้วยขณะนี้กำลังเข้าสู่การเปิดประเทศ และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงรักษาระดับราคาหน้าฟาร์มไว้ไม่เกิน 100 บาท/กิโลกรัม” นายสิทธิพันธ์ กล่าว สถานการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่การเกิดโรคระบาด ASF ทำให้จำนวนเกษตรกรและปริมาณผลผลิตสุกรหายไปจากระบบกว่า 50% ส่งผลถึงปัจจุบันที่ปริมาณสุกรมีน้อยกว่าความต้องการบริโภค ไม่มีการกักตุนใดๆ จากผู้เลี้ยงรายใหญ่ หรือรายกลางทั้งสิ้น รวมถึงไม่มีการจับมือขึ้นราคาตามอำเภอใจ ราคาที่ขยับจึงขึ้นอยู่กับระดับราคาข้าว
ความสะอาด ปลอดภัย และมาตรฐานการผลิต กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคในปัจจุบันนำมาพิจารณาในการเลือกซื้ออาหารมารับประทาน ที่ผ่านมาภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต่างเร่งยกระดับการบริหารจัดการและการดูแลมาตรฐานการผลิตเนื้อสัตว์ให้เข้มข้นขึ้น ตัวอย่างที่แสดงเห็นได้ชัดเจนถึงความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค คือ การที่กรมปศุสัตว์ ผลักดันโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย ตั้งแต่การยกระดับต้นทางการผลิต ด้วยการผลักดันมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงหมูอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM: Good Farming Management) ในฟาร์มรายย่อยและรายเล็ก ที่มีการเลี้ยงหมูน้อยกว่า 500 ตัว ส่วนฟาร์มรายกลางและรายใหญ่ จัดทำระบบมาตรฐานการปฏิบัติการทางเกษตรที่ดีสำหรับปศุสัตว์ (GAP : Good Agricultural Practices) ควบคู่กับการเร่งปราบปรามการใช้สารเร่งเนื้อแดง ทั้งที่ฟาร์มเลี้ยงและที่โรงฆ่าสัตว์อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด สำหรับกระบวนการผลิตเนื้อหมูคุณภาพ เริ่มจากการนำหมูที่เลี้ยงภายใต้ระบบฟาร์มมาตรฐาน ที่ได้รับการตรวจสุขภาพก่อนการนำออกจากฟาร์ม โดยนำเฉพาะสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อที่เป็นอัน
น.ส.อารัมภีร์ อุทาน หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ออกตรวจโรงฆ่าสัตว์ทั่วพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนเพื่อตรวจในเรื่องของการขออนุญาติการชำแหละหมูและไก่ และตรวจสอบสารตกค้างในเนื้อสัตว์ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่จะออกมาจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ น.ส.อารัมภีร์ กล่าวว่า ช่วงก่อนถึงวันจ่ายในเทศกาลตรุษจีน จะมีการตรวจเข้มโรงเชือดไก่และสุกรว่ามีการลักรอบชำแหละสัตว์ปีกและสุกรหรือไม่ เนื่องจากตรุษจีนจะมีเนื้อสุกร เนื้อไก่ ออกมาจำหน่ายจำนวนมากประชาชนก็จะออกมาจับจ่ายหาซื้อของไหว้เจ้าจำนวนมากเช่นกัน นอกจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำตามฟาร์มเพื่อตรวจสุขภาพสัตว์ก่อนนำออกจากฟาร์มด้วย เมื่อสัตว์มาถึงโรงฆ่าสัตว์จะมีพนักงานตรวจโรคสัตว์ ตรวจสัตว์ก่อนเข้าชำแหละอีกด้วย และตรวจซากสัตว์หลังชำแหละแล้ว เพื่อควบคุมทุกขั้นตอนการชำแหละให้ได้เนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งนี้หากพบว่ามีการประทำความผิดจะดำเนินคดีทันที และจะถอนใบอนุญาตทันที ที่มา : มติชนออนไลน์
ผู้บริโภคหลายคนคงสังเกตได้ว่า ช่วงไม่เกิน 1 ปีมานี้ มีผู้ประกอบการรายย่อยที่หันมาทำอาชีพขายเนื้อหมู มีทั้งขายเนื้อหมูอุ่น และเนื้อหมูในตู้แช่เย็นที่เห็นในชุมชนกันมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ในการเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคในเรื่องของความสะดวก จากเดิมที่ต้องไปซื้อเนื้อหมูตามตลาดสดหรือในซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้ว ยังเน้นความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อดีของเนื้อหมูในตู้แช่เย็นที่จัดเก็บที่อุณหภูมิคงที่ไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส ตลอดตั้งแต่ขั้นตอนการขนส่งจนถึงมือผู้บริโภค จึงทำให้เนื้อหมูคงความสดไว้ได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อเนื้อหมูเพื่อนำมาประกอบอาหารให้ได้ทั้งคุณภาพและความปลอดภัย ผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่มาจากฟาร์มและโรงชำแหละที่ได้มาตรฐาน โดยดูจากเครื่องหมายรับรองจากหน่วยงานราชการ เช่น เครื่องหมายปศุสัตว์ OK ของกรมปศุสัตว์ และควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากตู้แช่เย็น เพราะการที่เนื้อหมูอยู่ในตู้แช่เย็นตลอดเวลา จะทำให้เชื้อที่อาจก่อโรคหยุดการเจริญเติบโต และเป็นการยืดอายุเนื้อหมูให้เน่าเสียช้าลง และเลือกผู้ขายที่แต่งตัวสะอาดสะอ้าน มีการใส่ถุงมือที่สะอาดก่อนที่จะส
ผลจากการดำเนินนโยบายอเมริกันมาก่อน หรือ America First ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างเงินสร้างงานของคนอเมริกัน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ในการหารือระดับผู้นำ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกดดันให้ไทย “เปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกร” จากสหรัฐ ซึ่งอนุญาตให้สามารถใช้สารเร่งเนื้อแดง โดยสหรัฐอาจอาศัยข้ออ้างว่าใช้ตามมาตรฐานอาหารโลก (CODEX) กำหนดในปริมาณที่เหมาะสม ประเด็นนี้สหรัฐได้พยายามเรียกร้องจากไทยมาเป็นเวลานานหลายปีตามที่ปรากฏในการออกรายงาน National Trade Estimate (NTE) ประจำปีทุก ๆ ปีรวมถึงปีนี้ และประเด็นนี้เคยมีกรณีพิพาทในองค์การการค้าโลก (WTO) ในหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรปและจีน ทำให้บางส่วนเกรงว่าสหรัฐอาจจะกดดันไทยเปิดตลาด โดยเอาเหตุผลนี้มาอ้าง แต่ “ใคร” จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเปิดตลาดหรือไม่เปิด กระทรวงพาณิชย์ชี้ว่าประเด็นที่มีความอ่อนไหวต้องมอง 3 มิติ คือ หากเปิดเสรีอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยง-ผู้จำหน่ายปศุสัตว์ในประเทศ หากเปิดเสรีจริงอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงทำให้แข่งขันไม่ได้ ซึ่งผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้มากที่สุดคือหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับผู้เลี้ยงโดยตรงหมายถึง กระทรวงเกษ
ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา มอบใบรับรอง “โครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค หรือปศุสัตว์ OK” แก่ เถ้าแก่เล็กเนื้อหมูตู้เย็นชุมชน ซีพี พอร์ค ชอป (CP Pork Shop) จำนวน 9 รายนำร่อง ในจังหวัดพะเยา ที่ร่วมกันพัฒนาและยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ ให้สอดคล้องกับหลักการมาตรฐานปศุสัตว์ OK ของกรมปศุสัตว์ เพื่อเป็นจุดสังเกตของผู้บริโภค ว่าเป็นร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการ เนื้อหมูปลอดสารเร่งเนื้อแดง และปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะตกค้าง100% นายพงศ์พัฒน์ ขัตพันธุ์ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยเป็นครัวของโลก กรมปศุสัตว์ได้เร่งพัฒนาสินค้าเกษตรและสินค้าปศุสัตว์ไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ระดับฟาร์มไปจนถึงสถานที่จำหน่าย โดยมีเป้าหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย ดังเช่นโครงการมาตรฐานปศุสัตว์ OK ที่กรมปศุสัตว์โดยปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเถ้าแก่เล็กเนื้อหมูตู้เย็นชุมชนร่วมกันดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในกระบวนการผลิตจากบริษัทก็มีมาตรฐานที่ดีอยู่
กรมปศุสัตว์เตรียมชงข้อมูลวิชาการ “สารเร่งเนื้อแดงในหมู” ให้นายกฯประยุทธ์ก่อนบินไปอเมริกา ต.ค.นี้ รับมือหากประธานาธิบดี “ทรัมป์” หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นบีบไทยเปิดนำเข้า ฟากผู้เลี้ยงชี้หากเปิดนำเข้าเกษตรกรเดือดร้อนกันเป็นลูกโซ่ถ้วนหน้า ทั้งชาวนา-ชาวไร่ ข้าวโพด-มันสำปะหลัง นสพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาจหยิบยกเรื่องการส่งออกชิ้นส่วนสุกรที่มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ของสหรัฐอเมริกาเข้ามาในไทยในช่วงระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคม 2560 ว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยต่าง ๆ ในการใช้สารเร่งเนื้อแดงเลี้ยงสุกรว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากน้อยเพียงใดไว้รองรับ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ในการเจรจา โดยการเจรจาเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเท่าที่ทราบยังไม่มีประเด็นเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้เลี้ยงหมูไทยได้ยื่นหนังสือคัดค้านการนำเข้าหมูของสหรัฐต่อ พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง ทางกลุ่มผู้เลี้ยงคงเกรงว่าหากทางประธา
เนื้อหมู เป็นหนึ่งในเนื้อสัตว์ที่คนไทยนิยมบริโภค ถึงแม้เนื้อหมูจะอุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ มากมาย แต่หากไม่ปรุงให้สุกก่อนการบริโภค เนื้อหมูก็อาจเป็นตัวนำจุลินทรีย์ก่อโรคตลอดจนพยาธิต่างๆ มาสู่ผู้บริโภคได้ โดยทั่วไปเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูดิบ เนื้อไก่ หรือเนื้อวัว อาจพบการปนเปื้อนของแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว รวมทั้งพยาธิได้หลายชนิด อย่างไรก็ตาม มีเชื้อก่อโรคบางชนิดที่สัมพันธ์หรือมักพบในเนื้อหมูดิบได้บอกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เชื้อเหล่านั้น ได้แก่ สเตรปโตคอกคัสซูอิส (Streptococcus suis) เยอชิเนีย เอนเทอโรโคไลติกา (Yersinia enterocolitical) ไวรัสตับอักเสบ อี (Hepatitis E virus) พยาธิทริคิเนลลา (Trichinella spiralis) และพยาธิตืดหมู (Taenia solium) โดยส่วนใหญ่ผู้บริโภคมักได้รับเชื้อก่อโรคและพยาธิที่กล่าวมาข้างต้นจากการบริโภคเนื้อหมูดิบหรือเนื้อหมูที่ปรุงแบบดิบๆ สุกๆ ซึ่งมักพบในอาหารประเภท ลาบ ลาบเลือด หลู้ และแหนม เป็นต้น โดยเชื้อก่อโรคแต่ละตัวจะก่อให้เกิดอาการป่วยหรืออาการผิดปกติแตกต่างกันออกไป ในกรณีของการติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส หรือที่รู้จักกันในชื่อของโรคไข้
