เปลือกมังคุด
ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเอง เวลาเข้าป่า เข้าดง มีคนเล่าว่า สิ่งที่ท่านพกติดกระเป๋าย่ามมิได้ขาด คือ เปลือกมังคุด ใช้ได้ทั้งยามกินของผิดสำแดง ท้องเสีย ถ่ายไม่หยุด เปลือกมังคุดมีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยหยุดถ่ายเป็นแผลเลือดออก ถลอกปอกเปิกก็เอาเปลือกมังคุดฝนกับฝาละมีและน้ำปูนใส ทาแผลทิ้งไว้ไม่กี่วันแผลแห้งสนิท ไม่มีหนอง คนสมัยนี้กลับไม่ค่อยรู้จักวิธีใช้แบบนี้กันแล้ว เวลามีแผลกันทีก็นึกถึงทิงเจอร์ หรือโพวิโดนไอโอดีนกันเสียหมด ซึ่งในฐานะคนที่เคยใช้ทั้งสองแบบต้องขอบอกว่าเปลือกมังคุดนั้นดีกว่าชัดเจน ที่กล้าพูดเช่นนี้ก็เพราะว่ามังคุดนั้นนอกจากจะช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย แผลไม่เป็นหนอง (อันนี้โพวิโดนไอโอดีนก็ทำได้เหมือนกัน) แต่เปลือกมังคุดกลับโดดเด่นกว่าที่ช่วยสมานแผลได้ด้วย แผลจะหายเร็วกว่าอย่างชัดเจน น่าดีใจที่ยาแผนไทยมีสรรพคุณโดดเด่นเหนือยาแผนปัจจุบันได้ในกรณีนี้ มังคุด จัดเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากสำหรับผิวหนังของเรา ช่วยกระชับรูขุมขนสำหรับสาวผิวมัน หรือรูขุมขนกว้าง หากอยากลองทำสารสกัดมังคุดไว้ใช้เอง แนะนำลองนำเปลือกมังคุดตากให้แห้ง แช่หมักไว้ในแอลกอฮอลล์ หรือเหล้าขาวก็ได้ ทิ้งไว้ราว 2 สัปดาห์
ด้วยความที่ “เมืองไทย” มีการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรหลากหลายชนิด ส่งผลให้เกิดของเหลือทิ้งที่เป็นวัสดุเกษตร (Agricultural Waste) เช่น ซังข้าวโพด ยอดอ้อย ฟางข้าว ต้นข้าวฟ่าง ใบมันสำปะหลัง ใบและต้นสับปะรด เปลือกผลไม้ เยอะขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดสร้างมูลค่าให้ของเหลือทิ้งทางการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ อาทิ การใช้นวัตกรรมจัดการ “เปลือกข้าวโพด” ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), หรือการนำใยมะพร้าว แกลบ เปลือกข้าวโพด ฟางข้าว หญ้าเนเปียร์ เยื่อกล้วย ชานอ้อย ผักตบชวา และไผ่ มาผลิตเป็นกระถางเพาะชำย่อยสลายได้ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รวมถึงการนำเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นต้น ซึ่งล่าสุดมีการนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์กับ “มังคุด” ในบ้านเรา ซึ่งแต่ละปีมีผลผลิตกว่า 3 แสนตัน จำนวนนี้เป็นมังคุดเพื่อการส่งออกถึง 70% และขายในประเทศอีก 30% และเมื่อรับประทานเสร็จแล้วเปลือกจะถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังนั้น จึงควรมีการนำมังคุดไปใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด เช่น 1. แก้อาการท้องเดิน-ท้องเสีย 2. ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากเปลือกผลมังคุดจะมีสาร “แ
