เพลี้ยไก่แจ้ส้ม
กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนส้มเปลือกล่อนเฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม จะพบในระยะที่ต้นส้มแตกยอดอ่อนและติดผล เกษตรกรควรสังเกตตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากตาและยอดอ่อน โดยตัวอ่อนของเพลี้ยไก่แจ้ส้มจะกลั่นสารสีขาวเป็นเส้นด้ายทำให้เกิดราดำ ใบ และยอดที่ถูกเพลี้ยไก่แจ้ส้มทำลายจะหงิกงอและแห้งเหี่ยว กรณีพบการเข้าทำลายถึงขั้นรุนแรง จะทำให้ใบร่วงติดผลน้อยหรือไม่ติดผลเลย นอกจากที่เพลี้ยไก่แจ้ส้มจะเข้าทำลายยอดอ่อนต้นส้มโดยตรงแล้ว เพลี้ยไก่แจ้ส้มยังเป็นพาหะที่ถ่ายทอดทำให้เกิดโรคใบเหลืองต้นโทรม หรือโรคกรีนนิ่ง ซึ่งเป็นโรคที่สามารถแพร่กระจายไปเกือบทุกแหล่งที่ปลูกส้ม อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นส้มทรุดโทรมและตายในที่สุด ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจการเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม ในระยะที่ต้นส้มแตกตาและมียอดอ่อน หากสุ่มพบเพลี้ยไก่แจ้ส้มทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย 5 ยอด ต่อต้น จำนวน 10-20 ต้น ต่อสวน และในแหล่งที่มีการระบาดของโรคใบเหลือง ต้นโทรม หรือโรคกรีนนิ่ง เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดในทันที โดยให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟู
ในช่วงอากาศร้อนและแล้งระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนส้มเปลือกล่อน เฝ้าระวังการเข้าทำลายของ เพลี้ยไก่แจ้ส้ม จะพบในระยะที่ต้นส้มแตกยอดอ่อนและติดผล เกษตรกรควรสังเกตตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากตาและยอดอ่อน โดยตัวอ่อนของเพลี้ยไก่แจ้ส้มจะกลั่นสารสีขาวเป็นเส้นด้ายทำให้เกิดราดำ ใบและยอดที่ถูกเพลี้ยไก่แจ้ส้มทำลายจะหงิกงอและแห้งเหี่ยว กรณีพบการเข้าทำลายถึงขั้นรุนแรง จะทำให้ใบร่วงติดผลน้อยหรือไม่ติดผลเลย นอกจาก เพลี้ยไก่แจ้ส้ม จะเข้าทำลายยอดอ่อนต้นส้มโดยตรงแล้ว เพลี้ยไก่แจ้ส้ม ยังเป็นพาหะที่ถ่ายทอดทำให้เกิดโรคใบเหลืองต้นโทรมหรือโรคกรีนนิ่ง ซึ่งเป็นโรคที่สามารถแพร่กระจายไปเกือบทุกแหล่งที่ปลูกส้ม อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นส้มทรุดโทรมและตายในที่สุด ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจการเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม ในระยะที่ต้นส้มแตกตาและมียอดอ่อน หากสุ่มพบเพลี้ยไก่แจ้ส้มทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย 5 ยอด ต่อต้น จำนวน 10-20 ต้น ต่อสวน และในแหล่งที่มีการระบาดของโรคใบเหลืองต้นโทรมหรือโรคกรีนนิ่ง เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดในทันที โดยให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง อิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัม
ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อาจส่งผลให้แมลงศัตรูพืชเข้าทำลายผลผลิตมะนาวในช่วงนี้ได้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนมะนาวให้เฝ้าระวังการระบาดของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม สามารถพบได้ในระยะที่มะนาวแตกตาใบและยอดอ่อน โดยเริ่มแรกบริเวณตาหรือยอดอ่อนจะพบกลุ่มตัวอ่อน และมูลหวาน ซึ่งอาจพบเชื้อราดำปกคลุมอยู่ ยอดอ่อนที่ถูกทำลายจะหงิกงอและเหี่ยวแห้ง หรือพบตัวเต็มวัยสีเทาส้มเกาะอยู่ที่บริเวณยอดทำมุม 45 องศา สำหรับแนวทางในการป้องกันและแก้ไข หากพบการระบาดของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม เกษตรกรควรหมั่นสำรวจปริมาณเพลี้ยไก่แจ้ส้มทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย โดยการสุ่ม 5 ยอด ต่อต้น จำนวน 10-20 ต้น ต่อสวน หากพบกลุ่มตัวอ่อนหรือตัวเต็มวัยของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม 2-3 ตัว ต่อยอด ให้เกษตรกรตัดแต่งใบอ่อนและยอดอ่อนที่ถูกเพลี้ยไก่แจ้ส้มเข้าทำลายมาเผาไฟทิ้งนอกแปลงปลูก จากนั้น ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 8 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 1 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% ซีเอส อัตรา 15 มิลลิลิตร ต่อน
