เพิ่มมูลค่าขยะทางการเกษตร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) วิจัยและพัฒนา “ปุ๋ยอัดแท่ง…ละลายช้า” เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร (ซังข้าวโพด) พร้อมใช้ประโยชน์จากยางพาราในการเคลือบผลิตภัณฑ์ปุ๋ย…เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการปลดปล่อยธาตุอาหาร เหมาะสำหรับนำไปประกอบอาชีพ เพิ่มมิติความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การเกษตร หรือทำเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ที่มั่นคง เสริมแกร่งเศรษฐกิจครัวเรือน ธุรกิจ และภาพรวมของประเทศในสถานการณ์ที่มีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งนี้ วว. มีความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปุ๋ยที่หลากหลาย มีประสิทธิภาพบำรุงผลผลิตการเกษตรและรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 02-577-9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” #ปุ๋ยอัดแท่งละลายช้า #เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร #ยางพารา #เศรษฐกิจ #วทน #สร้างเงิน #สร้างรายได้ #สิ่งแวดล้อม #ปุ๋ย #เกษตร #ผลผลิต #อว
ผศ.ดร.วรวัชร วัฒนฐานะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้คิดค้นแนวทางการใช้ประโยชน์จากหัวปลาและก้างปลาดุกให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ 4 ชนิด ได้แก่ วัสดุปรับปรุงดิน เม็ดพลาสติกชีวภาพสำหรับบรรจุภัณฑ์ ฟิล์มชีวภาพสำหรับคลุมดิน และยาสีฟันที่มีส่วนผสมของกระดูกปลาป่น ช่วยลดอาการเสียวฟัน ขบวนการแปรรูปสร้างมูลค่าก้างปลา ประกอบด้วย 1.กรรมวิธีการขจัดไขมันและโปรตีนที่เหลืออยู่ในกระดูกก้างปลาด้วยกรรมวิธีย่อยด้วยอินทรีย์วัตถุ 2.อบกระดูกที่อุณหภูมิ 80-100 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดความชื้นและเตรียมวัตถุดิบสำหรับการสกัด 3. เผากระดูกปลาในเตาเผาที่อุณหภูมิสูง 600-1,200องศาเซลเซียสเพื่อกำจัดสารอินทรีย์ทั้งหมด 4. ควบคุมอุณหภูมิและเวลาในการเผาเพื่อให้เกิดโครงสร้างผลึกที่เหมาะสม “ ไฮดรอกซี อะพาไทต์” จากก้างปลา วัตถุชีวภาพคุณภาพสูง ที่ทั่วโลกต้องการ หลังผ่านกระบวนการแปรรูปจะได้สารไฮดรอกซีอะพาไทต์บริสุทธิ์จากกระดูกก้างปลาที่มีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและทางการแพทย์ นับเป็นการใช้ทรัพยากรอย่าง
