เลี้ยงวัว
สวัสดีครับ ความคิดคนเราเป็นเรื่องแปลก เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นว่าเล่น สมัยก่อนตอนที่ผมยังเด็กมักจะได้ยินผู้ใหญ่บอกกล่าวเล่าว่า ชาวเขา คนกลุ่มน้อยบนเขาเป็นตัวการสำคัญในการทำลายป่า ทั้งทำไร่เลื่อนลอย และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เราฝังใจและดูถูกว่าชาวเขาทำลายสภาพป่าในเมืองไทย แต่ไปๆ มาๆ เราก็เรียนรู้กันใหม่ว่าชาวเขาอาจจะเป็นคนที่รักษาสภาพป่าเอาไว้ได้ดีกว่าใครเพราะป่าเป็นบ้านของเขา ป่าเป็นครัวของเขา ทำไร่เลื่อนลอยกลับเป็นการรักษาหน้าดินบนเขาสูงชันเพราะทำไร่แค่ 4-8 เดือน แล้วเลื่อนไปทำที่อื่นทิ้งไร่ตรงนั้นให้กลายเป็นป่าอีก 10 ปี ค่อยกลับมาเริ่มทำกันใหม่ แต่มาวันนี้คนเมืองใครๆ ก็สนใจไปนอนที่ย่านบ้านชาวเขา ไกลแค่ไหนทางคดเคี้ยวเท่าไรก็ไม่หวั่น เพราะหวังรับเอาบรรยากาศดีๆ ที่หาได้ยากในเมือง บางที่ต้องจองล่วงหน้า 3-7 วัน ทำให้ผมต้องกลับมาคิดใหม่พร้อมหัวเราะในใจว่าชาวเราที่เคยดูถูกชาวเขาอย่างนั้นอย่างนี้ วันนี้กลับต้องมาง้อขอนอนบ้านบนดอยของเขา นี่แหละครับความคิดของคนเรามันเปลี่ยนกันได้เหมือนเรื่องราวดีๆ ฉบับนี้ที่ผมตั้งใจนำเสนอ คุณสมเกียรติ วินิชพันธุ์ เจ้าของ Uncle Sam Cattle Ranch นักเรียนนอกรักการเลี
สวัสดีครับ ผู้อ่านบางท่านบางคนอาจจะมีหลายงาน หลายอาชีพ บางงานบางอาชีพทำไปเพราะต้องทำ คือ ต้องหาเกียรติยศ หาศักดิ์ศรี และที่สำคัญต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียว่ากันง่ายๆ อย่างนั้น แต่บางอาชีพ บางงานเราก็ทำเพราะเราชอบ เรารัก หรือบางทีถึงขั้นหลงในงานนั้นๆ ก็มี เหมือนกับพี่น้องเกษตรกรท่านนี้ครับที่เลี้ยงวัวโดยที่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อน ไม่มีความรู้เรื่องวัวมาก่อนเลยแต่เมื่อได้เลี้ยงแล้วบอกได้เลยว่าติดใจ แถมคิดต่อไปถึงวิธีการสร้างแปลงหญ้าที่พร้อมถ่ายทอดแบบไม่หวงความคิด ไม่มีลิขสิทธิ์ทางปัญญากันเลยทีเดียว ตามผมไปคุยกันเลยครับ ไม่เคยมีความรู้เรื่องวัว ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลย ผมพาท่านมาพบกับ คุณธวัชชัย เพียสังกะ ที่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี คุณธวัชชัย บอกว่า ครอบครัวของเขาไม่เคยมีสัตว์เลี้ยง และตั้งแต่เด็กมาก็ไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อน “ผมเป็นผู้ตรวจสหกรณ์และทำไร่อ้อยของครอบครัว ไม่เคยมีความรู้และไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อนเลย เพราะงานของผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัว จนมาวันหนึ่งมีเพื่อนรุ่นน้องมาแนะนำ พาไปดูที่เขาเลี้ยงไว้ ผมเลยเริ่มสนใจเพราะมองว่าเป็นอะไ
หากจะพูดถึง ไก่ชน หรือ ไก่ตี ทุกคนย่อมรู้จักกันดี เพราะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ตามตำนาน การชน หรือการตีไก่ เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในราชสำนัก การตีไก่จัดเป็นกีฬาชาววังกันเลย ซึ่งไก่ชนหรือไก่ตีนี้ เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง แต่มีความสามารถพิเศษในเรื่องของการต่อสู้ การเลี้ยงไก่ชนถือเป็นกีฬา และเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยมานานหลายร้อยปี ปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ชน หรือไก่ตี เป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่ กระจัดกระจายอยู่ในทั้งภูธรและนครบาลเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ ฟาร์มไก่เสี่ยตั๋ม บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ของไก่ชนตัวเก่ง สร้างรายได้อย่างเหนาะๆ ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท เหมือนกับฟาร์มไก่ชนเงินแสน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มของหนุ่มนักสู้ ผู้ที่เลี้ยงไก่ชนขายจนร่ำรวย นั่นคือ คุณชาติตระการ กมุทชาติ หรือ เสี่ยตั๋ม อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ที่ 7 บ้านนาโป่งโพน ตำบลล
เส้นทางรอยต่อตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมพระพุทธไสยาสน์ และบ้านโพนคำพุทธคีรี หมู่ที่ 5 ตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พื้นที่ทางการเกษตรปลูกพืชไร่ มันสำปะหลัง อ้อย เขตอาศัยน้ำฝน ผลผลิต 1 ครั้ง ต่อปี คุณถวิล แก้วบุรมย์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 5 บ้านโพนคำพุทธคีรี ตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โทร. (062) 485-5892 กล่าวว่า ตนเองได้แนวคิดจากนักสัตวบาล คุณสุรพล เกิดศักดิ์ ปศุสัตว์อำเภอสหัสขันธ์ คุณสายลม จันทขันธ์ เจ้าพนักงานสัตวบาล ส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงโคขุนเงินล้าน หรือโคขุนสร้างชาติ ตนเองมีครอบครัว ลูกชาย 1 คน ทำงานเป็นนายช่างในกรุงเทพฯ จึงอยู่กับภรรยา ในหมู่บ้านโพนคำพุทธคีรี และตนเองมาสร้างบ้านพักหรือฟาร์มโคขุนที่ดินของตนเองจำนวน 22 ไร่ แบ่งพื้นที่ทำนาข้าว 5 ไร่ ที่ดินแปลงว่างไว้ปล่อยโคแทะเล็ม 5 ไร่ เป็นคอกโค ขุดสระน้ำ 2 ไร่ ปลูกหญ้าเนเปียร์ และหญ้านรกจักรพรรดิ 8 ไร่ พื้นที่มีข้อจำกัดคือ “แห้งแล้ง” เขตอาศัยน้ำฝน ฤดูแล้งอาศัยฟางแห้ง อาหารโคเนื้อ และหญ้าสด ที่ปลูกไว้ เครื่องบดสับหญ้าตัวละ 1 ถุงปุ๋ย และอาหารสำเร็จรูป ก
นายชยุต ดงค์ปาลีธรรม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์พะเยา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ทางศูนย์ได้เข้าไปอนุรักษ์และพัฒนาควายน้ำว้า ซึ่งเป็นควายที่มีถิ่นกำเนิดบริเวณแม่น้ำว้า จังหวัดน่าน ในพื้นที่อำเภอนาน้อย อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม และอำเภอเวียงสา เป็นควายพื้นถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะ สามารถปรับตัวเข้ากับการเลี้ยงบนภูเขาได้ มีโครงสร้างใหญ่ ให้เนื้อดี แต่ในระยะหลังเกษตรกรเลี้ยงเป็นฝูงเล็ก ทำให้ลูกที่ออกมามีลักษณะ “เลือดชิด” ทางศูนย์จึงได้เข้าไปให้ความรู้ในเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ โดยมีการสลับพ่อพันธุ์ นายชยุต กล่าวว่า จำนวนควายน้ำว้าเริ่มน้อยลง อีกทั้งคุณภาพลักษณะไม่ดี จึงต้องเปลี่ยนพันธุกรรม โดยนำน้ำเชื้อควายพันธุ์ดีที่ปรับปรุงพันธุ์แล้ว น้ำหนักตัวเป็นตันจากจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอุทัยธานี ไปผสม พอเกิดลูกออกมาจะต่างจากลูกควายที่เลี้ยงกันอยู่เดิม และหากได้ตัวผู้ก็จะใช้เป็นพ่อพันธุ์ในฝูงต่อไป นายชยุต กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ทางศูนย์ยังเข้าไปพัฒนาสายพันธุ์ของวัวที่น่าน เพราะที่น่านมีปัญหาคือ การทำลายภูเขา ทำลายป่า โดยการปลูกข้าวโพด เกษตรกรจะปลูกอะไรก็ได้หากขายแล้วได
เลี้ยงวัวขุนเป็นคนแรกของหมู่บ้าน พาท่านไปพบกับ คุณสังวน ดาปาน ที่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 2 ตำบลหนองลาน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี คุณสังวน เล่าว่า ทำวัวขุนมานานกว่า 25 ปีแล้ว และเป็นคนแรกของหมู่บ้านแห่งนี้ที่เริ่มเลี้ยงวัวขุน “สมัยแรกๆ ที่ผมเริ่มเลี้ยงวัวขุนผมซื้อวัวตัวละ 3,000-4,000 บาท มาเข้าขุน ตอนนั้น วัวยังราคาถูกมาก ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ราคาตัวละเกือบ 20,000 บาท สมัยก่อนผมขุนครั้งละประมาณ 30 ตัว เพราะยังมีเรี่ยวแรง มีช่องทางหาทุนก็ขุนได้ครั้งละหลายตัว” คุณสังวน เริ่มเล่า จากวันนั้นจนวันนี้ที่คุณสังวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำวัวขุนมาค่อนชีวิตวันนี้ คุณสังวนจึงมีวัวเลี้ยงเอาไว้แค่ 8 ตัว “ผมเลี้ยงวัวแม่พันธุ์เอาไว้ 4 ตัว อีก 4 ตัว เป็นวัวที่กำลังขุนอยู่ ก็ทำตามกำลังทุนและกำลังกายที่เรามี ที่ผ่านมาไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่เคยเลิกเลี้ยงวัวแม้ว่าแม่บ้านผมจะขอให้เลิกเลี้ยงหลายครั้งผมก็ยังดื้อ” คุณสังวน เล่าไปยิ้มไป ทุนน้อยขุนวัวเล็กเน้นชาโรเลส์ มาดูในส่วนของวัวขุนกันก่อน ตอนนี้คุณสังวนมีวัวขุนอยู่ 4 ตัวที่เน้นวัวลูกผสมชาโรเลส์เป็นหลัก คุณสังวนเล่าว่า เขาเลือกวัวลูกผสมชาโรเลส์มาเข้าขุน และเลือกเ
คุณสมาน ดวงอานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 5 ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเลี้ยงวัวนมมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งเดิมทีก่อนที่จะมาประกอบอาชีพด้านนี้ เขาได้ทำกิจการร้านอาหารมาก่อน เมื่อมองเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจเริ่มไม่สู้ดีมากนัก จึงได้เลิกทำและนำเงินมาลงทุนเลี้ยงโคนม “ช่วงนั้นพี่สาวของภรรยาทำอยู่ก่อนแล้ว พอเราได้กำไรจากที่ขายอาหาร ก็จะนำเงินมาซื้อที่ดินเก็บๆ ไว้บ้าง พอร้านอาหารเจอพิษเศรษฐกิจเข้าไปก็เลยคิดที่อยากจะเปลี่ยน ก็เลยเลิกทำร้านอาหาร มาเปลี่ยนซื้อวัวนมประมาณ 20 แม่ แล้วเลี้ยงไปได้สักระยะก็มีตัวเมียออกมาให้อีก 15 ตัว ตอนนี้ก็เรียกง่ายๆ ว่า ชีวิตอยู่ได้ดีมีสุขก็เพราะวัวนม” คุณสมาน กล่าว ซึ่งพันธุ์โคนมที่ใช้เลี้ยงในช่วงแรกจะเป็นพันธุ์ขาวดำ ต่อมาได้นำวัวนมพันธุ์เจอร์ซี่ และพันธุ์บราวน์สวิสมาเลี้ยงแทน เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างมีความแข็งแรงมากกว่าขาวดำ โดยอาหารที่ใช้เลี้ยงเป็นอาหารที่ผสมขึ้นเองให้วัวกิน และจะมีเสริมด้วยหญ้าเนเปียที่ปลูกเองภายในบริเวณฟาร์มให้วัวกินสลับกัน พอแม่วัวนมได้อายุ 16 เดือนขึ้นไป ก็จะเตรียมผสมพันธุ์โดยนำน้ำเชื้อมาผสม ซึ่งใช้เวลตั้งท้อง 9
