เลี้ยงแพะขุน
คุณสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะให้ยั่งยืน มีผลผลิตที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการบริโภค การตลาด และการแปรรูป รวมถึงส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ ซึ่ง “แพะขุน” นับเป็นสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สำหรับการค้าและบริโภค เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศ ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย และให้ผลตอบแทนเร็ว ปัจจุบัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแหล่งผลิตแพะที่สำคัญรองจากภาคใต้และภาคกลาง โดยพบการเลี้ยงมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยปี 2564 (ข้อมูลสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ณ วันที่ 17 มกราคม 2565) มีการเลี้ยงแพะเนื้อ รวม 4 จังหวัด 160,146 ตัว เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 86,118 ตัว (เพิ่มขึ้นร้อยละ 86) เกษตรกรผู้เลี้ยง 6,583 ราย โดยในปีงบประมาณ 2564
“แพะ” ขาดแคลนหนัก และบูมสูงสุดในรอบ 10 ปี จากราคากิโลกรัมละ 60 บาท ราคาทะยาน 180 – 190 บาท สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้กวาดซื้อเกลี้ยงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาพุ่ง คุณสุวรรณดี ซันสะมัน เจ้าของกาเซ็มฟาร์ม ผู้เลี้ยงแพะรายใหญ่ หมู่ 3 บ้านด่านโลด ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง บอกว่า ภาวะตลาดเนื้อแพะขณะนี้เป็นช่วงขาขึ้นราคาขยับสูงขึ้นดังไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะนี้ราคาได้ขยับสูงขึ้นโดยแพะมีชีวิต ซื้อขายกันอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 170 – 190 บาท หากเป็นแพะชำแหละแล้วประมาณ 250 – 260 บาท / กิโลกรัม ทั้งนี้เนื่องจากแพะต้องนำเข้าสู่โครงการการเลี้ยงแพะในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดภาวะแพะขาดแคลน จนมีการแข่งขันกันซื้อ “ตลาดแพะส่วนใหญ่จะเป็นตลาดของชาวมุสลิมที่ต้องใช้แพะเพื่อกิจกรรมต่างๆ ตามประเพณีซึ่งความต้องการของตลาดมีทุกวัน ทำให้ปัจจุบันไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของตลาดได้ทันท่วงที ส่วนร้านอาหารที่สามารถผลิตส่งขายได้ก็ไม่กล้าผลิตส่ง เพราะวิตกว่าจะนำสินค้าตอบสนองไม่ได้ดังความต้องการ เนื่องจากการผลิตส่งร้านอาหาร ภัตตาคารจะต้องมีการทำสัญญา การส่งตามนัดหมาย รวมถึงจ
