เส้นทางรถไฟลาว-จีน
ประเทศไทยปรับตัวเข้าสู่การยุติการระบาดใหญ่เป็นโรคประจำถิ่น กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะห่วงโซ่การผลิตภาคการเกษตร ขณะเดียวกัน ก็ต้องพบกับความท้าทายในรูปแบบใหม่ อย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงการพัฒนาการขนส่งระบบใหม่ คือรถไฟลาว-จีน ที่จะเป็นเกตเวย์การส่งออกสำคัญของไทย และเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างไรกับภาคการเกษตรบ้าง? และต้องเตรียมพร้อมการรับมืออย่างไร? หาคำตอบได้ในเวทีเสวนา Next Step เกษตรไทย : ก้าวต่อไปธุรกิจเกษตรรับมืออย่างไร? หลังโควิดสู่โรคประจำถิ่น โดย “เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์” ร่วมเสวนาในประเด็น Next Normal : ธุรกิจเกษตรต้องปรับตัวอย่างไร? หลังโควิดสู่โรคประจำถิ่น โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Next Scenario : อีสานเกตเวย์ “รถไฟจีน-ลาว” โอกาสและความท้าทายที่เกษตรกรเผชิญหลังยุคโควิด-19 โดย รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย Next Trends : เกษตรติดเทรนด์ ปิดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง – คุณถวิลย์ อินต๊ะขัน ผู้จัดการทั่วไปฝ่
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรองรับการให้บริการสินค้าเกษตร ผ่านเส้นทางรถไฟลาว – จีน ซึ่งจะมีการเปิดตัวเดินขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความพร้อมและสามารถรองรับการให้บริการแก่ผู้ประกอบการในการส่งออก – นำเข้าสินค้าเกษตรได้ทันที หากรัฐบาลจีน และสปป.ลาว เปิดให้ใช้เส้นทางรถไฟลาว – จีน อย่างเป็นทางการ สำหรับขบวนปฐมฤกษ์ ซึ่งจะเปิดใช้เส้นทางรถไฟลาว – จีน ในวันที่ 2 ธันวาคม 2564 นั้น ในส่วนของการขนส่งสินค้า ระยะแรก จะให้บริการเฉพาะการขนส่งสินค้าเท่านั้น เน้นเฉพาะรูปแบบสินค้าเทกองของบริษัทจากจีนที่เข้าไปลงทุน ใน สปป.ลาว เช่น ยางพารา มันสำปะหลังแห้ง เกลืออุตสาหกรรม และสินแร่ เป็นต้น โดยขณะนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าเกษตรที่ยังไม่สามารถนำเข้าไปยังจีนผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน 8 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแช่เย็น ธัญพืช ผลไม้ สัตว์น้ำเพื่อการบริโภค ต้นกล้า ไม้ซุง และสินค้าสัตว์และพืชที่มีความเสี่ยงสูง
