เหี้ย
หลังจากที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีมติเพื่อปลดล็อก และผลักดันให้ตัวเหี้ย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้สามารถเป็นสัตว์เศรษฐกิจเพาะเลี้ยงขายได้ โดยผู้เลี้ยงจะต้องมีใบอนุญาต และต้องซื้อตัวเหี้ยจากสถานที่ ที่มีใบรับรองการจำหน่ายที่ถูกต้องเท่านั้น ซึ่งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ตั้งอยู่ที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ถือเป็น 1 ในสถานที่ของทางกรมอุทยานฯ มีการเลี้ยงตัวเหี้ยไว้จำนวนมาก ที่ได้มาจากปัญหาตัวเหี้ยไปรบกวนพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตชุมชนจากจังหวัดราชบุรี และใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ได้จับมาปล่อยไว้ดูแลในสถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าเขาสน มีตั้งแต่ตัวขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ อยู่รวมกันราวประมาณมากกว่า 300 ตัว และแยกกรงของพ่อ แม่พันธุ์ ประมาณ 250 – 300 ตัว โดยตัวเล็กมักจะถูกตัวใหญ่ทำร้าย จึงต้องขึ้นไปหลบอาศัยอยู่บนต้นไม้บ้าง หลบในหลุม และโอ่งบ้าง ส่วนบางตัวที่มีสุขภาพแข่งแรง สามารถเป็นพ่อ แม่พันธุ์ได้ ก็จะถูกคัดแยกไปอยู่ในกรงอีกต่างหาก และบางตัวก็วางไข่ เพื่อรอทางกรมอุทยานฯ ปลดล็อก เตรียมไว้จำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจต่อไปได้ นายภาคภูมิ อร่ามศิริรุจิเวทย์ หัวหน้าสถา
“ตัวเงินตัวทอง” หรือ “เหี้ย” ที่บ้านเราเรียกกัน จริงแล้วเป็นสัตว์เลื้อยคลานพื้นเมืองของเอเชียใต้และอาเซียน โดยเฉพาะบังกลาเทศ ศรีลังกา อินเดียจนถึงคาบสมุทรอินโดจีน และอินโดนีเซีย สำหรับในประเทศไทยส่วนใหญ่พบตัวเงินตัวทองอยู่ 6 สายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดที่พบแม้ไม่มีพิษโดยตรง แต่ในน้ำลายมีการสะสมของแบคทีเรีย ดังนั้นหากโดนกัดอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณแผลได้ เห่าช้าง สิ่งที่น่าสนใจ : ตัวสีดำเข้ม มีขนาดเล็กกว่าพวกเหี้ย หรือตะกวด มีลายเลือน ๆ ขวางลำตัว ปากแหลมและเกล็ดบนสั้น เกล็ดบนคอใหญ่เป็นแหลม ๆ คล้ายหนามทุเรียน ถิ่นอาศัย : พบในภาคใต้ของประเทศไทยและพม่า หมู่เกาะสุมาตรา บอร์เนียว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อาหาร : เห่าช้างกินไก่ นก ปลา กบ เขียด กินได้ทั้งของสด และของเน่า พฤติกรรม : ชอบอยู่ในป่าทึบและเดินหากินบนพื้นดิน แต่ก็ขึ้นต้นไม้เก่ง เป็นสัตว์ว่องไวปราดเรียวและซุกซ่อนตัวเก่ง ดุกว่าเหี้ย ถ้าเข้าใกล้จะพองคอขู่ฟ่อ ๆ วัยเจริญพันธุ์ : เห่าช้างเริ่มผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม โดยวางไข่ตามหลุมที่ขุดเป็นโพรง เมื่อออกไข่แล้วจะไม่ฟักไข่ ลูกฟักออกจากไข่เองตามธรรมชาติ และเมื่อลูกออกจากไ
จากที่คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2568 และได้ลงความเห็น ประกาศราคาพ่อแม่พันธุ์ตัวเหี้ย ไว้ที่ตัวละ 500 บาท ภายหลังมีการแก้ไขกฎหมายจากเดิมเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยงเหี้ยเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ ภายใต้ข้อกำหนดของกรมอุทยานฯ โดยมีพื้นที่กรงเลี้ยง และการเลี้ยงดูที่เหมาะสมนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการกำหนดอัตราเรียกเก็บค่าใช้จ่ายค่าบริการ หรือค่าตอบแทนและราคาสัตว์ป่า พ.ศ. 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลทางกฎหมายต่อไป นายเฉลิม พุ่มไม้ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า หลังจากที่เรื่องนี้ถูกนำเสนอออกไป ปรากฏว่ามีบรรดาพ่อค้า นักธุรกิจ สนใจ และติดต่อเข้ามาที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า รวมถึงโทรมาสอบถามที่ตนจำนวนมาก จึงให้รายละเอียดเบื้องต้นถึงคุณสมบัติของคนที่จะมาซื้อ โดยสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนพ่อแม่พันธ์ุได้ที่กลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า หน่วยงานต้นสังกัดของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป
สัตวแพทย์ชี้ ประชากรเหี้ยพุ่งพรวด ศัตรูธรรมชาติน้อยส่วนใหญ่แก่ตาย วันที่ 17 เมษายน นายสัตวแพทย์(น.สพ.) อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์อาวุโส กรรมการวิชาการราชบัณฑิตยสภา ให้สัมภาษณ์เรื่องสถานการณ์ตัวเหี้ย ในประเทศไทยว่า คาดว่าเวลานี้ประชากรจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในพื้นที่กรุงเทพ และต่างจังหวัดสาเหตุหนึ่งคือ มีอาหาร ซึ่งก็คือ ซากสัตว์ และของเน่าเสียมีปริมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพ ที่เป็นเขตเมืองแต่มีหลายจุดที่เป็นแหล่งที่อาศัยเดิมของสัตว์ชนิดนี้ เช่น เขตดุสิต สวนสัตว์เขาดิน ทำเนียบรัฐบาล สวนลุมพินี ไม่ค่อยมีเหตุทำอันตรายแก่ตัวเหี้ย เช่น คนล่าไปกิน มีศัตรูโดยธรรมชาติน้อยมาก รวมไปถึงพื้นที่ชานเมือง เช่น บางขุนเทียน และ จังหวัดปริมณฑล คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีบ่อเลี้ยงปลาจำนวนมาก ตัวเหี้ยมักจะลักลอบเข้าไปกินปลาในบ่อเลี้ยง มีอาหารค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ “สาเหตุที่จะทำให้ตัวเหี้ยตายมากที่สุดคือการกัดกันเอง ซึ่งเทียบกับปริมาณที่มีอยู่แล้ว และอัตราการเกิด ซึ่งเหี้ย 1 ตัวจะวางไข่ครั้งละ 20-30 ฟอง ปีละ 1 ครั้ง มีอัตราการรอดตายประมาณ 5 ตัว ถือว่าอัตราการตายน้อยมากเมื่อเที
